Japan Diary37: "พันซากุระผลิบาน" ณ เขาโยชิโนะ
posted on 16 May 2012 08:14 by deardahlia in Reports directory Travel, Diaryสวัสดีกลางเดือนพฤษภาค่ะ (^^)
ห่างหายจากการอัพบลอคไป 1 เดือนเต็มๆ เนื่องจากงานหลังและงานราษฏร์ประดังเข้ามาพร้อมกัน แถมอิฉันยังอินเทรนด์ (?) เกิดจะเป็นภูมิแพ้ฤดูใบไม้ผลิกับเขาซะด้วย อยู่ญี่ปุ่นมาจนเข้าปีที่ 3 เพิ่งจะมาแสดงอาการเอาตอนนี้ (= =;) ทีแรกก็คิดว่าเป็นหวัด แต่กินยาเท่าไหร่ก็ไม่หายแถมอาการหนักขึ้นอีก เลยตัดสินใจไปตรวจ
คุณหมอบอกว่า การที่เราเป็นคนเมืองร้อน มาอยู่เมืองหนาวติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจมีผลให้เยื่อบุโพรงจมูกอ่อนแอลงจากการปรับตัวของร่างกาย เลยทำให้ถูกกระตุ้นจากสารก่อภูมิแพ้ได้ง่ายเป็นพิเศษ...
โอเคซี๊ยูออไร๋... เสร็จมันจนได้ /me กรีดร้อง /(T A T)\
เอาล่ะ มันเป็นแล้วก็จะโวยวายทำไมให้หมองศรี กินๆ ยาไปก็แล้วกันเบ่เบ๋... (=__=)
กลับมาที่บลอคกันต่อ
เอาเข้าจริงก่อนล้มหมอนนอนเสื่อ อิฉันก็ตะลุยเที่ยวรอบทิศอยู่พอตัวเหมือนกันฮ่ะ ...ก็แหม หน้าซากุระทั้งที รูปเริบนี่ดองไว้เพียบ จะทยอยทุบไหดองมาอัพย้อนหลังละกันเด้อ (;= 3 =)
เริ่มจากไหแรกที่โยชิโนะก่อนเลย...

**คำเตือน เอนทรีนี้รูปเยอะ โหลดโหด ใครเน็ทช้าอนุญาตให้ไปต้มมาม่ามานั่งกินระหว่างรอได้จ้ะ**

ทริปปีนเขาโยชิโนะนี้ เรากับคุณยักษ์ไปมาเมื่อวันที่ 15 เม.ย. (จำแม่นเพราะเป็นช่วงสงกรานต์ = ., =) ตื่นตั้งแต่ตี 5 ครึ่งมาเตรียมเบนโตะ แล้วตะเกียกตะกายออกจากบ้าน 6 โมงครึ่งเพื่อไปรอต่อแถวขึ้นรถไฟที่สถานีเทนโนจิ ช่วงนั้นนับว่าเป็นไฮซีซั่นของโยชิโนะมาก เพราะขนาดออกจากบ้านแต่เช้า เรายังต้องปล่อยให้รถผ่านไปขบวนนึงก่อน เนื่องจากคนแน่นมาก!! มิสามารถเบียดเข้าไปได้ฮ่ะ
หลังจากนั่งรถไฟ เปลี่ยนรถไฟ และหลับในรถไฟไปประมาณเกือบ 2 ชม. ในที่สุดเราก็มาถึงสถานีโยชิโนะแล้ว เฮ-- (><)9*

ขบวนผู้โดยสารไหลลง ~ ไหลลง ~ จากโบกี้
นี่ยังไม่นับขบวนที่มาถึงก่อนหน้า (และก่อนหน้าของก่อนหน้า) อีกนะ เอิ๊กกก ~ หนาแน่นจริงๆ
ผ่านประตูสถานีเข้ามาจะพบกับร้านขายของฝากของที่ระลึกเรียงรายเป็นแถว แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายของเราตอนนี้ เพราะฉะนั้นเดินหน้าลูกเดียวจ้า
...คือ... ดิฉันเดินนะคะ แต่คุณยักษ์อ่ะ target log on ร้านนี้ไปเรียบร้อย

เฮียหมายมั่นปั้นมือพร้อมส่งสายตาอ้อนวอนว่า ขากลับลงมาขอลองซอฟครีมร้านนี้หน่อยนะหนู ~
อ่ะจ้ะ ไปๆ... ตอนนี้ไปขึ้นเขาก่อน
ภูเขาโยชิโนะนี้มีซากุระอยู่ถึง 30,000 ต้น เรียกว่ามากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเริ่มบานจากตีนเขาไล่ขึ้นมาจนถึงยอดเขา ดังนั้นจึงมีซากุระให้เที่ยวชมได้ตลอดเดือนเม.ย. เลยล่ะค่ะ พื้นที่บริเวณเขาจะแบ่งเป็น 4 ระดับความสูง คือ ชิโมะเซ็มบง (ชั้นล่าง), นากะเซ็มบง (ชั้นกลาง), คามิเซ็มบง (ชั้นสูง) และ โอขุเซ็มบง (ชั้นสุงสุด)
การที่มีซากุระมากขนาดนี้ ฟังจากที่เล่ามาว่าในสมัยโบราณ เส้นทางสู่ยอดเขาโยชิโนะถือเป็นเส้นทางหนึ่งในการจาริกแสวงบุญของผู้ศรัทธาในศาสนา และได้ีมีการริเริ่มปลูกต้นซากุระซึ่งถือว่าเป็นไม้บูชาเทพเจ้าทีละเล็กละน้อยตามรายทาง จนในที่สุดจึงได้กลายเป็นป่าซากุระที่สวยงามอย่างที่เห็นในทุกวันนี้ (^^)
สำหรับคนที่ไม่อยากเดินขึ้นเขา หรือคิดว่าปีนไม่ไหว เดินจากสถานีเข้ามาไม่กี่นาทีก็มีจุดโดยสารรถกระเช้า (จอดที่ความสูงระดับกลาง) และสถานีรถบัสซึ่งจะขึ้นตรงสู่ยอดเขาเลยไว้ให้บริการค่ะ
ส่วนเรา ตั้งใจว่าจะมาปีนแล้ว ก็เดินหน้าต่อ ไปขึ้นเขากันเลย ~ >w<)/ Go Go!!

เริ่มออกเดินช่วงแรกๆ ทางจะค่อนข้างชัน ประกอบกับคืนก่อนที่จะมามีฝนตกทำให้ลื่นโคลนเล็กน้อย แอบหวาดเสียว แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีค่ะ
ทางขึ้นเขานี้มี 2 เส้นทาง คือเส้นทางสำหรับ hiking (คอร์สเดินป่า-ปีนเขา) และเส้นทางแสวงบุญ "7 โค้ง" ตามแพลนเราเลือกที่จะเดินในเส้นทางหลังก่อน แล้วค่อยกลับลงมาทางคอร์สเดินป่าอีกทีค่ะ
เดินมาได้ประมาณ 10 นาทีก็เริ่มเข้าสู่โค้งแรกของช่วงชิโมะเซ็มบง

ช่วงนี้เดินง่ายกว่าช่วงแรกเยอะ เพราะมีถนนเล็กๆ เป็นเส้นทาง ทำให้ไม่ลื่นค่ะ

ขึ้นมาถึงโค้งที่ 4 แล้ว สู้ๆ !!

วันที่ไป ซากุระบริเวณเชิงเขาบานเต็มที่พอดี อากาศก็ดีมาก โชคดีจริงๆ (^^)

โค้งสุดท้ายแล้ว เริ่มมีคนหยุดพักก้มลงไปเช็คผลงานที่ผ่านมา

ซากุระที่โยชิโนะ กว่าครึ่งเป็นซากุระป่า (ยามะซากุระ) ค่ะ เวลาบานจะยังเห็นใบสีน้ำตาลแดงประดับอยู่ ต่างจากพันธุ์โซเมโยชิโนะที่เห็นทั่วไปซึ่งจะพราวทั้งต้น ไม่มีใบเหลืออยู่เลย

ยามะซากุระดอกนี้เพิ่งผลิบาน ยังแต้มสีชมพูที่ปลายกลีบอยู่เลย น่าร๊ากก ~ >w<)

วิวจากมุมสูง จะเห็นนักท่องเที่ยวทยอยเดินขึ้นมาเรื่อยๆ
เมื่อผ่านครบ 7 โค้ง ก็จะมาถึงช่วงความสูงระดับกลาง (นากะเซ็มบง) พอดี ใครเลือกขึ้นรถกระเช้า ก็จะมาจอดบริเวณนี้ล่ะค่ะ

ข้ามสะพานนี้ไปก็จะเข้าสู่โซนร้านอาหาร ของกิน ของที่ระลึกของชาวบ้าน

ร้านแผงลอยเยอะมาก มีซากุระที่กำลังบานเต็มที่เป็นแบ็กกราวนด์

จะเลือกแบบนั่งในร้าน ทานอาหารไปชมวิวสวยๆ ไปก็ยังได้

ปลาอะยุสดๆ เสียบไม้ย่างเกลือ กลิ่นหอมยั่วยวนมากๆ

คนสวยทำให้ขนมอร่อยขึ้นอีก 20% โฮะๆ
แวะซื้อซากุระโมจิที่ร้านนี้ 2 ชิ้นไว้เป็นเสบียงยามขึ้นสู่ยอดเขาค่ะ

ดอกแพนซีสีน่ารักริมทาง ฤดูนี้แพนซีงามจริงๆ หันไปทางไหนก็เจอ

และธุรกิจทำเลทอง "ปู เสื่อ รอ"
นั่งได้ ...แต่จ่ายหัวละ 100 นะจุ๊ เอิ๊ววว ~ 


แต่ก็มีคนนั่งจริงๆ นะตัว = ., =)
"กลางดงพงป่าเขาลำเนาไพรไกลสังคม ~ ยกเบียร์ขึ้นก๊งเมากลิ้งเฮฮา ~ " (กรุณาร้องเป็นเพลง)
ผ่านจากโซนบ้านเรือนและร้านค้าน่ารัก เดินต่อไปอีกหน่อยก็จะมาถึงวัดคินปุเซ็นจิ

ทางเข้าวัด ประตูนิโอมง สูง 20 เมตร สองฝั่งมีเทพผู้พิทักษ์ยืนเฝ้าอยู่

เข้ามาสู่ข้างใน นี่คือหอซาโอโดะ วิหารหลักของวัดคิมปุเซ็นจิ
สามารถเข้าไปชมด้านในได้นะคะ แต่คนรอคิวยาวมาก (โปรดสังเกตแถวที่ยืนรอกันอยู่หน้าวัด) เราเลยขอเดินชมแค่บริเวณรอบๆ ดีกว่า

"ผู้เฝ้ามอง"

ดอกสึบากิโรยร่วงเกลื่อนพื้น เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่เราชอบมากๆ เลยค่ะ

โซเมโยชิโนะบานสะพรั่งเต็มที่
จากวัดคิมปุเซ็นจิ ปีนขึ้นไปข้างบนอีกหน่อยก็จะถึงจุดชมวิวสำคัญ

นี่คือ "เซ็มบงซากุระ" หรือ "พันซากุระผลิบาน" ทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งหาดูได้ที่โยชิโนะเท่านั้น
ซากุระในแต่ละหุบเขา หลากหลายสายพันธุ์ ผลิบานแต้มสีสันเป็นแนวไปทั่วผืนป่า
ชื่นชมกับวิวสวยๆ จนพอใจแล้วก็ปีนขึ้นไปข้างบนต่อ ถึงตอนนี้ก็เที่ยงพอดี พยาธิในท้องร้องประท้วง เราและคุณยักษ์จึงสอดส่ายสายตามองหาทำเลเหมาะๆ เพื่อจะปูเสื่อทานอาหารกลางวันกัน

บริเวณนี้เป็นจุดนั่งพัก งั้นก็ปูเสื่อแถวนี้เลยละกัน
งั้นงี๊แล้วก็เอาปิ่นโตออกมา ผ่างงงง

ปิ่นโตที่ลุกมาทำตอนตีห้า แบกขึ้นเขามาก็ยังพอดูได้แฮะ
ข้าวโรยหน้าซากุระดองเกลือด้วย จะได้เข้ากับบรรยากาศ อิอิ :9

กินข้าวไปชมซากุระไป บรรยากาศดี๊ดีค่า ~
กินเสร็จแล้วก็จัดการเก็บข้าวของและขยะให้เรียบร้อย เดินชมบริเวณรอบๆ อยู่พักนึง จากนั้นจึงค่อยเริ่มปีนขึ้นไปข้างบนต่อ

ลาจากนากะเซ็มบง เริ่มเข้าสู่ช่วงสูง คามิเซ็มบงแล้วค่ะ มองลงไปเห็นซากุระเป็นทะเลเลย
ช่วงนี้ปีนยาก เพราะทางแคบและลื่น ต้องระมัดระวังพอสมควร
ระหว่างทางไม่ได้ถ่ายรูปไว้เพราะปีนแบบตั้งใจเป็นพิเศษ (ที่จริงแอบกลัว ^^;)

ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงคามิเซ็มบงแล้ว เยสส !! >w<)9*

ยามะซากุระแถวนี้บานเต็มต้น ลมพัดเย็นสบายมากๆ

ไหนๆ ก็อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว ขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกสักนี๊ดดด
(ได้รูปสำหรับทำไปรษณียบัตรปีใหม่ของปีหน้าละ = w =)

ซากุระพันธุ์อุสุมิโดริ (เขียวใบไม้อ่อน) เป็นพันธุ์หายาก มีอยู่ต้นเดียวในบริเวณนี้
บริเวณคามิเซ็มบงนี้บรรยากาศเหมาะกับการปิกนิคมาก หลายครอบครัวปูเสื่อนอนกันเลยทีเดียว คุณยักษ์แอบงึมงำว่าเสียดาย
แหม...จะเสียดายไปไย ในเมื่อเรายังมีนี่

ซากุระโมจิจากร้านพี่สาวสุดสวย
อร่อยค่ะ หอมซากุระมากๆ เชื่อแล้วที่เขาว่ามาโยชิโนะต้องไม่พลาดขนมใส่ซากุระทั้งหลายทั้งปวง

"พาวเวอร์อัพปุ !! สดชื่นเหมือนยืนอยู่บนยอดเขาเลยคราบบบ"
(...มันก็ยอดเขาจริงๆ อ่ะนะเคอะ)
หลังจากปล่อยให้เราไปเดินสำรวจรอบๆ โดยที่คุณยักษ์กลิ้งเอาแรงอยู่บนเสื่อประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ตัดสินใจว่าเราเริ่มปีนลงกันเลยดีกว่า เพราะเส้นทางที่สูงกว่านี้ (โอคุเซ็มบง) ซากุระยังไม่บาน และค่อนข้างเป็นทางที่เดินยาก ส่วนมากมีแต่ผู้ที่ตั้งใจมาจาริกแสวงบุญเท่านั้น

เริ่มเดินลง เห็นฝูงชนลิบๆ อยู่ด้านล่าง

เส้นทางลงจากเขา เราเลือกเดินอีกทางที่ต่างจากขาขึ้น เป็นเส้นทางสำหรับเดินป่าค่ะ
ช่วงลงมาจากคามิเซ็มบงและช่วงต้นของนากะเซ็มบงจะเดินยากนิดนึง แต่หลังๆ ก็สบายแล้วล่ะ

ชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ อันนี้คือดอกสุมิเระ (ไวโอเล็ต) ป่า

เดินลงมาได้พักนึง เงยขึ้นไปมองเส้นทางที่ปีนลงมา สูงเหมือนกันแฮะ

บริเวณนี้มีลำธารไหลผ่าน อากาศเย็นสบายมากๆ หลายครอบครัวก็มาปิกนิคและพักผ่อนกัน
ทิวทัศน์คอร์สเดินป่านี้ต่างกับขาขึ้นอย่างมาก คือจะมีแต่ป่า ป่า และป่า (ก็เส้นทางเดินป่านี่เคอะ) ทั้งป่าต้นสุกิ และชั้นหินตามธรรมชาติ มีมอสเขียวขึ้นปกคลุม สวยงามร่มรื่นดีค่ะ

มอสหลากหลายชนิดที่ขึ้นตามธรรมชาติ

ซูมใกล้ๆ
สวยเนอะ >w<) เราชอบมอสพวกนี้มากๆ เลยล่ะค่ะ
เดินไปเรื่อยๆ ประมาณ 50 นาที ก็ใกล้จะถึงสถานีแล้ว

นี่คือรถกระเช้าที่ขึ้นจากต้นทางไปสู่ช่วงเริ่มนากะเซ็มบงค่ะ
ในที่สุดก็กลับลงมาถึงสถานีโดยสวัสดิภาพ เฮ!! \(>w<)/ อิ่มตาอิ่มใจ แถมได้ออกกำลังกายไปด้วย
ก่อนกลับคุณยักษ์ก็ส่งสายตาวิ๊งๆๆ มาอ้อนวอน

...จ้ะ ไปถอยมาโคนนึงแล้วแบ่งกันกินละกันจ้ะ

ซากุระซอฟท์ครีม สีชมพูอ่อนๆ น่ารัก

เลดี้เฟิร์ส ขอใช้สิทธิ์ภรรยาในการกินก่อนค่ะ โฮะๆๆ
อร่อยดีนะ หอมๆ ไม่หวานมาก กินแล้วชื่นใจ
(คุณยักษ์ : "ที่แท้ตัวเองก็อยากกินเหมือนกันใช่หมายล่ะคราบบ" = A =)
จบทริปไปแบบชิวๆ (ตกลงนี่ไปดูชากุระหรือไปทัวร์บริโภคคะเธอ) เช็คจากมิเตอร์ในมือถือคุณยักษ์ สรุปว่าวันนี้เดินไปประมาณ 8 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. เดินแบบเพลินๆ หยุดพักบ้างอะไรบ้าง ที่จริงแล้วไม่ได้เหนื่อยแบบหักโหมอะไรเลย เส้นทางส่วนใหญ่เดินง่าย ทำให้สบายมากกว่าที่คิดไว้ตอนแรกด้วยล่ะค่ะ
ของฝากจากโยชิโนะ

แสตมป์แบบพิเศษของโยชิโนะ และแยมน้ำผึ้งซากุระ

ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ติดตามอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ (มีใครอ่านจบไหมเนี่ย ^^;) ใครชอบซากุระ คราวหน้าอย่าพลาดกับการทลายกรุดอง เที่ยวสวนโรงกษาปณ์ที่โอซาก้า ละลานตากับซากุระกว่า 100 สายพันธุ์ ของดีมีให้ดูปีละครั้ง ครั้งละ 1 อาทิตย์เท่านั้นค่า
ส่งท้ายด้วยภาพนี้ ซากุระป่ากับท้องฟ้าสีคราม

แล้วพบกันใหม่เอนทรีหน้าจ้า ~
Tags: japan, sakura, yoshinoyama26 Comments