ไม่ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับแฟชั่นสาวน้อยโบราณเสียนาน ตั้งแต่คราวก่อนที่เอนทรี่เรื่องสุ่มกับที่รัดทรงปลิวหายไปกับสายลมเมื่อ exteen ล่ม T^T) เอาไว้ว่างๆ นึกคึกจะเขียนซ้ำอีกที (แต่สำนวนคงไม่เหมือนเดิมแล้วอ่ะนะ :-P)แต่ตอนนี้มาว่ากันเรื่องอื่นก่อนดีกว่า ~

วันนี้มาคุยกันเรื่องสไตล์บาโรก (Baroque) กับสไตล์โรโคโค (Rococo) กันเถอะ พอดีมีคนถามว่า สองสไตล์นี้เป็นยังไงกันนะ ยายดาเลยกลับไปค้นข้อมูลนานาสารพันในกรุออกมาหาคำตอบ แล้วก็เลยสรุปออกมาได้ประมาณนี้

.

สไตล์บาโรก (Baroque ~1600 - 1700)

จากยุคก่อนหน้านี้ (สมัยเรอเนอร์สซองส์) สุ่มแบบต่างๆได้เข้ามามีบทบาทกับการแต่งตัวของสาวๆ มาถึงยุคนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่ แต่ว่าจะมีลักษณะเปลี่ยนไปเล็กน้อยคือด้านหน้าจะแบนลง เด้งไปป่องด้านหลังแทน ตัวกาวน์ (เสื้อตัวนอก) จะเย็บรวมบอดิซ (bodice) ติดที่เอวแล้วเปิดด้านหน้าไว้ ตรงที่เปิดไว้จะใช้ผ้ารูปสามเหลี่ยมหัวกลับยาวๆ ที่เรียกว่า "สตอมัคเคอร์" (stomacher) เสริมกระดูกดุนให้แข็งๆ แล้วปักลาย หรืออัดด้วยดอกไม้ปลอมให้แน่น หรือประดับด้วยผ้าลูกไม้ แบบที่นิยมที่สุดคือการปิดด้วยริบบิ้นถักสลับไปมา เรียกว่าแบบ "เอแชล" (Eschelle: ขั้นบันได)

กาวน์สวมทับเพตติโคท ผูกสตอมัคเคอร์ประดับเอแชล และแขนอังกายัง 4 ชั้น

แขนเสื้อที่ยาวจรดข้อศอกประดับจีบลูกไม้ลอนฟูเรียกว่า "อังกายัง" (Engageants) แต่ในช่วงต้นของยุคบาโรก จะนิยมแขนเสื้อแบบโป่งพองฟูฝอย โดยใช้ริบบิ้นมัดเป็นช่วงๆ (นึกถึงแหนมสิตัว ,,=w=,,) แขนแบบนี้เรียกว่า "แขนวิราโก" (Virago sleeves)

แขนวิราโกกับสุ่มแบบกางออกข้าง สังเกตได้ว่ากระโปรงจะกว้างมากเพื่อที่สาวๆ จะได้สามารถอวดลายผ้าอลังการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บอดิซแขนอังกายัง 2 ชั้นกับสุ่มแบบกางออกข้าง - แน่นอนว่าเดินหน้าตรงเข้าประตูไม่ได้ ต้องเอียงข้างเข้าค่ะ (เฮ้ นี่เรื่องจริงนะ)

ทรงผมที่นิยมในสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงหลายแบบ เริ่มจากการหวีเปิดหน้าผาก ตลบผมไปด้านหลังแล้วม้วนเป็นลอนกุนเชียงเล็กๆ เก็บไว้ แบบนี้เรียกว่า "ทรงหัวแกะ" จะเห็นได้จากภาพต่างๆ ด้านบน ยกเว้นภาพเด็กผู้หญิงที่สวมกระโปรงแขนวิราโก เธอไว้ผมแบบ "เฮอร์ลูเบอร์ลู"

Hurluberlu ("scattered brain") hair style - ผมทรง "ขมองกระจาย" v(=w=) (ฮา)

ช่วงท้ายปลายยุค นอกจากสาวๆจะประดับตัวเสื้อกับกระโปรงแบบมหาศาลบานทะโรด ชนิดที่หนักมากจนต้องอาศัยห่วงเหล็กมาช่วยค้ำชุดแล้ว ทรงผมก็อลังการไม่แพ้กัน แฟชั่นสุดเก๋คือทรงแบบ "ฟองตางเก" (Fontange) โดยการเกล้าผมสูงไว้กลางศีรษะ มัดโบเล็กๆ หลายอันด้านหน้า จากนั้นประกบด้วยลูกไม้จีบเป็นแผง 3 - 4 ชั้น วนไล่ขึ้นไปเป็นยอด ด้านหลังกับด้านข้างทิ้งปอยหยิกห้อยและผูกโบว์ยาว

ผมทรงฟองตางเก (อังกฤษเรียก "คอมโมด" :Commode) เล่ากันว่าเกิดจากตอนที่บรรดาราชวงศ์ไปล่าสัตว์ สนมคนหนึ่งของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 กลับออกมาจากพงหญ้าในสภาพหัวฟูกระเจิง เนื่องจากเธอแอบไป*ปี๊บ*กับกษัตริย์มา ด้วยความเขินจึงแก้เก้อด้วยการดึงเชือกถุงน่องมารัดผม ทำเนียนเป็นผมทรงใหม่ไฉไลไฮโซไปซะ

.

สไตล์โรโกโก (Rococo ~1700 - 1800)

พูดถึงโรโกโก ยายดาว่าสนุกที่สุดก็คือทรงผม (หัวเราะ) ทรงผมในยุคนี้อลังการบานทะโรดมากก-กกก เรียกว่ายืนอยู่หัวคุ้ง คนท้ายคุ้งมองมาก็รู้ว่าเป็นใครนั่นแหละ (ฮา) ถ้าไม่เชื่อลองดูรูปนี้สิตัว~

ตอนเอารูปในหนังสือให้แนนดู แนนปาดเหงื่อแล้วพูดว่า "คนเราไม่ควรมีเรืออยู่บนหัวจ้ะดา" (ฮา)

อาจจะมีคนเคยได้ยินชื่อ "วิกแบบปอมปาดัวร์" (Pompadure) ก็คือวิกลงแป้งขาวแบบนี้แหละจ้ะ ในช่วงปี 1770 เป็นช่วงที่ขนาดของมันใหญ่ขึ้นถึงขีดสุด แบบที่สาวนำสมัยนิยมใส่กันจะเป็นวิกที่มีความสูงประมาณ 90 cm (3 ฟุตบนหัวน่ะ- - นี่ไม่รวมเครื่องประดับนะคะที่รัก) แบบเบาะๆ เบๆ ก็อยู่ที่ราวๆ 30 cm โครงสร้างของผมเป็นรูปหอคอย ใช้ขนนก อัญมณี ริบบิ้นเสียบๆ เข้าไป ...อา...ไม่อยากจะพูดเลยว่าที่จริงมีอะไรก็โปะลงไปนั่นแหละ (แม้แต่เรือยังโปะไปแล้วนี่คะตะเอง =w=)

ช่วงปี 1780 เริ่มนิยมการดัดหยิกแล้วยีให้โป่งเหมือนเม่น โดยจะยีให้ผมบานออกรอบหน้า แล้วทิ้งหางยาวไว้ถักเปียด้านหลัง ทรงผมแบบนี้หนักมากเลยล่ะ (ที่จริงไม่ต้องบอกก็รู้เนอะ) แล้วก็เทอะทะมากๆ จนยายดาคิดว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ขนาดสุ่มลดลงจากสมัยบาโรกด้วยรึเปล่านะ แบบว่าต้องคอยระวังหัว ไม่มีเวลาไปดูกระโปรงไง :-P

การ์ตูนล้อเลียนของแมกกาซีนในสมัยนั้นเกี่ยวกับวิธีการทำผมของสาวๆ (^^;)

ส่วนเสื้อผ้าจะเริ่มมีการแบ่งเป็นกาว์นกับชุดเสื้อผ้า 2 ชิ้น แบบที่นิยมกันมีอยู่ 3 แบบคือ โรบ อะลา ฟรองเซส โรบ อะลองเกลส และโรบ อะลา โปโลเนส

โรบ อะลา ฟรองเซส(Robe a' la francaise)เป็นแบบที่นิยมในช่วง 1730 - 1780 เป็นกาว์นที่ตัดเย็บแบบมีจีบโป่งด้านหลังและรัดรูปด้านหน้า ชายด้านหลังที่ปล่อยยาวนี้เรียกว่า "วาโต แบค" (Watteau back)ชุดแบบนี้สาวฝรั่งเศสนิยมกันมาก แต่มาเลิกฮิตไปในช่วงหลังเมื่อมีหมอนหนุนสะโพกเข้ามา

โรบ อะลองเกลส(Robe a' l'anglaise)เป็นแบบที่รัดรูปทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แบบนี้นิยมในอังกฤษและอเมริกา และได้รับความนิยมไปจนจบสมัย

โรบ อะลา โปโลเนส (Robe a' la polonaise)เป็นชุดชั้นนอกและเพตติโคทที่มีห่วงกลมรองรับเย็บติดกับกระโปรงในลักษณะที่ชั้นนอกพองฟูเหมือนกับห่อกระโปรงตัวในอยู่ ความสูงของตัวโปโลเนสจะสูงประมาณข้อเท้า ไม่กองเรี่ยพื้น

นอกจากนี้ ยังมีแฟชั่นแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นอีก เช่นการประยุกต์ชุดขี่ม้าของสุภาพบุรุษมาให้สุภาพสตรีสวมใส่ แต่ประดับประดาอย่างสวยงาม ชุดแบบนี้เรียกว่า "เรดิงโกท" (Redingote) ลักษณะก็จะคล้ายกับโค้ทยาวตัวใหญ่ (greatcoat) ที่มีปกแบะออก นอกจากนี้ยังนิยมสวมแจ็กเกตกับกระโปรง แจ็กเกตจะมีลักษณะรัดรูปทรงบอดิซแล้วบานออกใต้เอว เรียกว่า "กาซาแก็ง" (Casaquin)

กาซาแก็งกับกระโปรงผ้าลินอน (โพลีเอสเตอร์ผสมลินิน) ปักลวดลาย ที่คอสอดผ้าพันคอเนื้อบางที่เรียกว่า "ฟิชู" (Fichu)

เรดิงโกท - กึ่งๆ จะเป็นชุดขี่ม้าของคุณหนูในยุคนั้น แต่สามารถใส่อยู่บ้านได้ด้วย

ก็ประมาณนี้ และเช่นเคย ต้องขอออกตัวว่า เราไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้ เพียงแต่ชอบและสนใจ ข้อมูลที่ได้ก็เกิดจากการเก็บเล็กผสมน้อยของตัวเอง หากใครอ่านแล้วพบว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหนล่ะก็ รบกวนช่วยทักท้วงด้วยนะคะ จะได้รีบแก้ไขต่อไป (^^)

Source :

Taschen. 2005. FASHION: A history from 18th to the 20th Century. Kyoto.

J. Laver. 2002. Costume and fashion: A concise history. 4th edition, Thames & Hudson: London.

P. Tortora and K. Eubank. 1998. Survey of historic costume. 3rd edition, Fairchild: New York.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ว..ชาลี
ยังคงยืยันคำเดิม คนเราไม่ควรมีเรืออยู่บนหัวค่ะ 555
ชุดแต่ละชุดถ้าเราใส่คงกวาดถ้วยชาหมดโต๊ะแน่นอน เหอๆ แต่ก็สวยจริงๆนะ

#1 By Schiz...Np on 2006-05-12 01:25

ถ้าเกิดกิ๊บมันหลุดลงมาล่ะ หัวคงพังหมดเลยสินะขอรับ แต่ก็สวยนะ

#2 By saya chan on 2006-05-12 01:29

ละเอียดมากๆเลยค่ะ *[]*! ประทับใจ
เรื่องทรงผมเคยได้ยินว่ามีการทำทรงที่ติดกรงและขังนกจริงๆไว้ข้างในด้วยละ ลำบากดีเนอะ พอดีเราเคยเขียนเรื่องประวัติษ่าตร์ทรงผมแบบลวกไว้อ่ะจ๊ะ

ขอ add น้า >[]< ชอบมากเลยค่ะ หาข้อมูลเรื่องชุดมานานแล้วว

#3 By PLARIEX on 2006-05-12 01:41

ถ้าว่ากันตามความเข้าใจ Rococo เป็นสไตล์ที่เป็นรอยต่อจากบาโร้กมั้งคะ จึงจะดูสดใสกว่า ไม่อลังเกินเท่าบาโร้ก แต่พอเข้ากลางศต.ที่ 18 ในฝรั่งเศสที่สุ่มบางลง ผมโป่งขึ้นและใส่กระโปรงลอยๆแบบเปิดโชว์เท้านั่นสงสัยจะด้วยอิทธิพลของมารี อังตัวแนตต์ค่ะ เธอเด็กและตัวเตี้ยจึงเน้นเสื้อผ้าที่ออกแบบเพื่อความคล่องตัวในการเดินเหินและเต้นรำ แต่ต้องยังเด่นอยู่เสมอ

พอเข้า 1800 แล้วสุ่มเหมือนเหลือชั้นเดียวเอง ผมก็ง่ายๆด้วยดดยเพาะในอังกฤษ ดูสบายขึ้นเยอะเลย

#4 By vendetta on 2006-05-12 12:14

อื้อหือ สวยงาม แต่ไม่น่าใส่อย่างแรง (หัวเราะ)

#5 By Firodendon on 2006-05-12 14:55

ชอบกระโปรงแบบโรโคโค แต่ชอบผมแบบบาโร้ก

เรือบนหัวนั่นหนักกี่ กก. นะ คิดแล้วนึกถึงเรื่องมัดเท้าของสาวจีนขึ้นมาตะหงิดๆ ไว้วันหลังจะหามาเล่าให้ยายฟังแลกเปลี่ยนกันดีกว่า

ทำไมผู้หญิงถึงมีกรรมแบบนี้ฟะ

#6 By อคาชา+นะโอ on 2006-05-12 19:53

ขอบคุณมากคร้าบ
ขอแอดนะคร้าบ ความรู้แน่น><
ชอบมากเลยฮะ หัวข้อคราวนี้

#7 By Ritz_DD on 2006-05-13 00:55

เรดิงโกท ?
ใส่อยู่บ้าน ? =[]= !!!

#8 By Luscinia on 2006-05-14 21:06

พี่ชอบจัง

สมัยก่อนชอบอ่านเรื่องกุหลาบแวร์ซายน์ไง แล้วแบบโห ชุดอย่างนี้เลย พอง ๆ สวย ๆ

คนเราไม่ควรมีเรือ หรืออะไรที่ยาวเป็นฟุต ๆ อยู่บนหัวทั้งนั้นแหละจ้ะดา

#9 By Mrs. Holmes (everyday good,please) on 2006-05-15 16:00

ชุดสวยๆทั้งน้านนนนน แต่ยกเว้นไอ้ชุดแบบสุ่มกางออกข้างนะฮ้า~ เวลาเดินทีต้องหลีกกันทั่ว ไม่ไหวฮ่ะเข้าประตูก็ต้องเอียงตัวเอา
ส่วนทรงผม เห็นด้วยกะท่านแนนค่ะว่า คนเราไม่ควรมีเรืออยู่บนหัวนะค้า~ หนักแย่เลย

ป.ล. งานวันที่ 28 นี้ ยายคอสเดอะวับๆแวมๆใช่ไหมคะ อิ อิ
//me แซวเสะรีบวิ่งหนีเข้าป่าล่ะ

#10 By SK-SaKU :: With Your Smile on 2006-05-15 22:53

ชุดสวยจังเลยค่ะ กึ่งๆชุดขี่ม้าของคุณหนูเนี่ย เท่ดีจัง...อา แต่ที่บานข้างๆมากๆที่ต้องเอียงข้างเวลาเข้าทางประตู น่ากลัวมากค่ะ TAT มันน่ากลัวอ้ะ ทรงผมก็...สระผมยังไงง่า เอาเรือออกท่าจะยาก~~

#11 By ☂ YukiUsagi ★ on 2006-05-20 21:02

ก็ดีมากครับ อะแฮ่มถ้าใส่สุ่มอลังการแบบนั้นก็ตรายดีกว่า แบบคงใช้บอกยศ ตำแหน่ง ชนชั้น กันมังค์

#12 By Non (124.121.223.105) on 2009-08-23 11:49