[Report] พิธีรำลึก Michael Jackson 07.07.2009

posted on 09 Jul 2009 11:50 by deardahlia  in Reports

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ บลอคนี้จะตัดเข้าสู่รายการพิเศษ (?) เกี่ยวกับงานพิธีรำลึกถึง Michael Jackson ที่ Staple Center เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาค่ะ เผื่อใครที่สนใจแล้วไม่มีโอกาสได้ดู (^^) งานนี้เราก็ดูถ่ายทอดสดผ่านทาง CNN แล้วก็ voice TV เอาน่ะค่ะ พิธีเริ่มเที่ยงคืน เราเข้านอนตอนตี 5 ส่วนป้าต้อยน็อกไปตอนตี 3 เมื่อวานนัดเจอกันปรากฏว่าตาบวมฉึ่งๆ เป็นนกกะปูด 2 ตัว (ฮา)

พิธีเริ่มขึ้นด้วยการที่ครอบครัวแจ็คสันนำหีบศพของไมเคิลเข้ามาในพิธีค่ะ

เห็นแล้วใจหาย แฟนๆ หลายคนจุก อึ้ง พูดไม่ออกกันเลย แล้วพิธีก็เริ่มต้นด้วยการแสดงของ Mariah Carey และ Trez Lorenz ในเพลง "I'll be there"

MARIAH CAREY

"One thing I know is, we will never really have to say goodbye to MJ. His legacy lives on through his music and the millions of people. He inspired with his timeless music. He will be forever in our hearts."

"สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้คือ เราไม่มีวันกล่าวอำลากับ MJ ได้อย่างแท้จริงหรอก ตำนานของเขาจะยังคงอยู่คู่กับบทเพลงและผู้คนนับล้าน บทเพลงอมตะของเขาจะเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้คนมากมาย และเขาจะอยู่ในใจของพวกเราตลอดไป"

มารายห์ แครี่ย์ เป็นศิลปินคนแรกที่ขึ้นร้องเพลง "I'll be there" เพื่อเป็นการรำลึกถึงไมเคิล แจ็คสัน เสียงของเธอแหบและสั่น มีบางช่วงที่เสียงจุกอยู่ในลำคอแทบจะร้องต่อไปไม่ไหว เมื่อเสร็จพิธี เธอก็ได้โพสข้อความแสดงความรู้สึก (ดังที่ยกมาด้านบน) ใน twitter ของเธอทันที

 

จากนั้นจึงเป็นบทเพลง "Jesus is love" โดย Lionel Richie, Usher ในเพลง "Gone too Soon", John Meyer กับการบรรเลงกีตาร์ในเพลง "Human Nature" และเจ้าหนูชาฮีน Shaheen Jafargholi ในเพลง "Who's Lovin' You" จากนั้นสโมคกี้ โรบินสันได้ขึ้นกล่าวไว้อาลัย พร้อมอ่านจดหมายจากไดอาน่า รอสส์ และ ปธน. เนลสัน แมนเดลา

SMOKEY ROBINSON

"You don't think you'll live to see them gone...
He is going to live forever and ever and ever and ever."

"คุณคงไม่คิดว่าจะได้มีชีวิตอยู่จนกระทั่งเห็นเขาจากไป...

เขาจะยังคงอยู่ตลอดไป ตลอดไป ชั่วกาลนาน"

 

DIANA ROSS

"I'm trying to find closure, I want you to know that even though I am not there at the Staples Center I am there in my heart. I've decided to pause and be silent. This feels right for me.

"Michael was a personal love of mine, a treasured part of my world, part of the fabric of my life in a way that I can't seemto find words to express."

"ฉันพยายามจะหาข้อยุติเกี่ยวกับเรื่องนี้  ฉันอยากให้ทุกคนรู้ว่าแม้ตัวฉันจะไม่ได้อยู่ร่วมพิธีที่ Staples Center แต่ใจฉันก็ไปอยู่ ณ ที่แห่งนั้นแล้ว ฉันตัดสินใจที่จะหยุดพักและอยู่เงียบๆ นั่นเป็นวิธีที่เหมาะกับฉันมากกว่า ไมเคิลคือคนที่ฉันรัก เป็นสิ่งล้ำค่าในโลกของฉัน เป็นส่วนหนึ่งในช่วงชีวิต ที่ฉันไม่อาจหาถ้อยคำใดมาบรรยายแทนความรู้สึกนี้ได้เลย"

ไดอานา รอสส์ เป็นเพื่อนสนิทที่เปรียบเสมือนแม่คนที่ 2 ของ MJ เธอมีชื่ออยู่ในพินัยกรรมในฐานะบุคคลที่ได้รับสิทธิ์ในการดูแลลูกๆ ทั้งสามของไมเคิลหากมารดาของเขาเป็นอะไรไป ในงานพิธี รอสส์ไม่ได้ขึ้นกล่าวด้วยตนเองแต่ฝากข้อความมาแทน

BERRY GORDY, MOTOWN FOUNDER

"Michael Jackson went into orbit and never came down. Though it ended way too soon, Michael's life was beautiful. Sure there was some sad times and maybe some questionable decisions on his part, but Michael Jackson accomplished everything he dreamed of. ...When Michael performed a song, you could feel the happiness in his soul"

"ไมเคิล แจ็คสัน เป็นหนึ่งในวงการที่ไม่มีวันเลือนหาย แม้เส้นทางของเขาจะจบลงอย่างรวดเร็วเกินไป แต่ชีวิตของเขาก็งดงาม แน่นอนว่าอาจมีบางขณะที่เศร้าโศก หรือมีบางคำถามที่ติดค้างในใจเกี่ยวกับการตัดสินใจบางอย่างในอดีต แต่กระนั้น ไมเคิล แจ็คสันก็ได้ทำทุกอย่างดังที่เขาฝันไว้จริงๆ เมื่อไมเคิลร้องเพลง คุณจะรับรู้ได้ถึงความสุขในจิตวิญญาณของเขาจริงๆ"

เบอร์รี่ กอร์ดี้ เป็นผู้ก่อตั้ง Motown ต้นสังกัดสมัยเด็กๆ ของพี่น้องแจ็คสันในยุคสมัย Jackson 5 เขาคุ้นเคยกับไมเคิลมาตั้งแต่เด็กๆ และสนิทสนมกันเหมือนเป็นลูกชายคนหนึ่ง ฝูงชนเบื้องล่างต่างส่งเสียงสนับสนุนเมื่อเขากล่าวว่าไมเคิลเป็น "the greatest entertainer that ever lived"

BROOKE SHIELDS

"Michael was one of a kind. Whenever we were out together and there would be a picture taken, there would be caption of some kind, and the caption usually said something like, 'an odd couple'
or 'an unlikely pair.'

"But to us it was the most natural and easiest of friendships. I was 13 when we met, and from that day on our friendship grew. Michael always knew he could count on me to support him or be his date.

"We had a bond. Maybe it was because we both understood what it was like to be in the spotlight from a very, very young age. Both of us needed to be adults very early, but when we were
together, we were two little kids having fun."

"ไมเคิลเป็นคนพิเศษไม่เหมือนใคร เวลาเราไปไหนมาไหนด้วยกันแล้วมีคนถ่ายรูป ก็จะถูกเขียนถึงด้วยข้อความทำนองว่า "คู่พิลึก" หรือ "คู่ที่ไม่สมกันเอาซะเลย" แต่สำหรับเรา 2 คนแล้ว มันเป็นความสัมพันธ์ที่สบายๆ และเป็นธรรมชาติมากที่สุด ฉันพบกับเขาครั้งแรกตอนอายุ 13 แล้วเราก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ตอนนั้น ไมเคิลรู้ดีว่าเขาสามารถไว้วางใจฉันได้ในทุกเรื่อง

เราสองคนเกิดมาพร้อมกับภาระ อาจเป็นเพราะเราทั้งคู่ตกอยู่ใต้แสงไฟตั้งแต่ยังเด็กเหลือเกิน พวกเราจำเป็นต้องเป็นผู้ใหญ่ก่อนเวลาอันควรไปมาก แต่เมื่อเวลาเราอยู่ด้วยกัน เราก็เหมือนเด็กเล็กๆ สองคนที่ชอบเล่นสนุกเท่านั้นเอง"

บรูค ชีลด์ อดีตเพื่อนหญิงคนสนิทที่เคยมีข่าวว่าคบกับไมเคิลเมื่อนานมาแล้ว ทั้งคู่มีสิ่งที่คล้ายคลึงกันคือมีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่เด็ก ไมเคิลกับบรูคสนิทกันมาก ขณะกล่าวไว้อาลัย เธอก็พูดไปร้องไห้ไป ^ ^;) และได้อ่านประโยคจากหนังสือเรื่องเจ้าชายน้อยให้ไมเคิลฟัง "สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่อาจเห็นได้ด้วยตา" พร้อมกับตบท้ายด้วยคำว่า "Michael saw everything with his heart" เรียกน้ำตาจากแฟนๆ ไปได้หลายคน

 STIVIE WONDER

"This is a moment that I wish that I didn't live to see come. Michael I love you and I've told you many times. I'm at peace with that. But as much as I can say that and mean it, I do know that God is good and I do know that as much as we may feel - and we do - that we need Michael here with us,God must have needed him far more."

สตีวี่ วอนเดอร์ เลือกเพลง "I Never Dreamed You'd Leave in Summer" และ "They Won't Go When I Go" เป็นการไว้อาลัย ทำเอาแฟนๆ น้ำตาร่วงเป็นแถว T w T ) เขากล่าวว่า

"นี่คือช่วงเวลาที่ผมปรารถนาให้ไม่มีวันมาถึง, ไมเคิล ฉันรักนายและเคยได้บอกคำนี้กับนายอยู่หลายครั้ง ฉันดีใจที่ได้พูดออกไปจริงๆ ...แต่ว่า ไม่ว่าเราจะพูดหรือหมายความอย่างนั้นเท่าไหร่ ผมก็รู้ว่าพระเจ้าคงจะทรงรับรู้และรู้สึกมากกว่าสิ่งที่เรามีหรือเราเป็นมากมายนัก ขณะที่เราต้องการให้ไมเคิลอยู่ที่นี่กับเรา พระเจ้าคงจะทรงต้องการเขามากยิ่งกว่า"

 MAGIC JOHNSON and KOBE BRYANT

"I want to thank Michael for opening up so many doors for African Americans to be on daytime shows, late night shows. He allowed Kobe and I to have our jerseys in people's homes across the world, because he was already there."

"ผมอยากกล่าวขอบคุณไมเคิลที่ช่วยเปิดโอกาสมากมายให้กับคนแอฟริกัน - อเมริกัน ให้พวกเราได้มีโอกาสแสดงออกในสังคมโลกมากมาย ผมและโคบี้สามารถมีชื่อเสียงไปทั่วโลกได้ก็เพราะเขาเป็นผู้บุกเบิกเส้นทางไว้ก่อนแล้ว"

ไมเคิล จอห์นสันและโคบี้ ไบรอัน 2 นักบาสเก็ตบลอชื่อดังกล่าวไว้อาลัยไมเคิล พร้อมกับยกย่องว่า กินเนสบุ๊กได้ทำการบันทึกชื่อไมเคิล แจ็คสัน ในฐานะนักร้องที่บริจาคเงินเพื่องานสังคมสงเคราะห์มากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีความทรงจำน่ารักๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ไมเคิลอยากให้เขาไปเล่น MV เพลง Remember the Time ให้ จึงเชิญไปทานข้าวที่บ้านแล้วก็เตรียมไก่อบไว้ให้ ส่วนตัวไมเคิลเองดันหยิบ KFC ออกมากิน สุดท้ายสองคนเลย้องแบ่ง KFC กันขณะที่นั่งลงบนพื้นแล้วคุยเรื่องราวต่างๆ :3

REV. AL SHARPTON

"it was Michael Jackson that brought blacks and whites and Asians and Latinos together. Michael made us love each other.

"I want his three children to know, there wasn't nothing strange about your daddy. It was strange what your daddy had to deal with. He dealt with it anyway. He dealt with it for us."

"ไมเคิล แจ็คสันทำให้ทุกชนชาติทั่วโลก ไม่ว่าจะมีผิวขาว ผิวดำ เป็นคนเอเชีย หรือเป็นคนละติน เป็นหนึ่งเดียวกันได้ ไมเคิลทำให้เรารู้จักที่จะรักซึ่งกันและกัน ...ผมอยากให้ลูกๆ ของเขาทั้ง 3 คนได้รับรู้ว่า พ่อของพวกหนูไม่ได้มีอะไรแปลกประหลาดเลย ที่ประหลาดคือสิ่งที่พ่อของหนูต้องเผชิญกับมันมาตลอดต่างหาก แต่เขาก็สู้กับมันตลอดมา เขาสู้เพื่อพวกเราทุกคน"

เป็นคำไว้อาลัยที่ทรงพลังมากและตอกหน้าสื่อได้อย่างเจ็บแสบ ทั้งแฟนๆ และครอบครัวแจ็คสันต่างตบมือกันถล่มถลาย นอกจากนี้ท่านสมาชิกรัฐสภาชาร์ปตันยังได้กล่าวว่าวันที่ไมเคิลเสีย สภาได้มีมติให้ยืนสงบนิ่งเพื่อเป็นการไว้อาลัย 2 นาที เนื่องจากเขาเป็นผู้มีคุณูปการต่อการรณรงค์ให้เกิดสันติภาพและสันติสุขแก่โลกโดยใช้บทเพลงเป็นสื่อกลาง

Jennifer Hudson และคอรัส ร่วมร้องเพลง "Will you be there" เพื่อเป็นการไว้อาลัย เสียงซิงค์ของไมเคิลตอนท้ายสร้างความสะเทือนใจให้หลายๆ คน ไม่แพ้ตอนที่ Usher ศิลปินออกมาร้องเพลง Gone Too Soon พร้อมกับเอามือแตะโลงศพของไมเคิล ที่แฟนๆ ต่างพากันปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

QUEEN LATIFAH

"I'm here representing millions of fans around the world who grew up listening to Michael, being inspired and loving Michael from a distance. Somehow when Michael Jackson sang and when he danced... we felt he was right there. He made you believe in yourself."

"ฉันมาอยู่ที่นี่ในฐานะของตัวแทนของแฟนทั่วโลกที่เติบโตขึ้นมาพร้อมๆกับเพลงของไมเคิล ได้รับแรงบันดาลใจได้รักเขาอยู่ห่างๆ ในยามที่ไมเคิลร้องเพลงหรือเต้น เราจะรู้สึกได้ว่า เขาอยู่ตรงนี้ เขาทำให้เราเชื่อมั่นในตัวเอง"

ศิลปินและเด็กๆ ร่วมร้องเพลง "Heal the World" โดยนักร้องนำเป็นสาวลูกครึ่ง African - Japanese หลังจบเพลง ครอบครัวแจ็คสันก็ได้ขึ้นกล่าวปิดพิธี

MARLON JACKSON, BROTHER

Michael, when you left us, a part of me went with you. ... I will treasure the good times, singing, dancing, laughing. ...

We will never understand what he endured ... being judged, ridiculed.
How much pain can one take?

Maybe, now, Michael, they will leave you alone."

"ไมเคิล เมื่อนายจากไป ส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันก็จากไปพร้อมกับนายด้วย ฉันจะรักษาวันเวลาดีๆ ที่เราได้ร่วมร้องเพลง เต้นรำ และได้หัวเราะสนุกสนานด้วยกัน...

พวกเราไม่มีทางเข้าใจสิ่งที่เขาต้องเผชิญได้ ไม่ว่าจะเป็นการถูกเยาะเย้ยถากถาง ถูกสังคมประณาม ...คนๆ หนึ่งจะสามารถแบกรับความเจ็บปวดได้มากมายแค่ไหนกัน

บางที ตอนนี้พวกเขาคงจะยอมปล่อยให้นายได้อยู่ตามลำพังเสียที"

จากนั้นก็เป็นการร้องเพลง "Smile" เพลงโปรดของไมเคิลโดย Jermaine Jackson ผู้ขอฝากให้ไมเคิลช่วยกอดน้องชายฝาแฝดที่เสียไปของเขาด้วย (ได้ข่าวว่าป้าต้อยต่อมน้ำตาแตกกระจายตอนนี้แหละ) เมื่อใกล้ช่วงท้ายของพิธีการ ปารีส ลูกสาวคนที่ 2 ของไมเคิลก็อยากจะขอกล่าวคำอำลาเป็นครั้งสุดท้าย พวกลุงๆ ป้าๆ จึงช่วยขยับไมค์ให้

PARIS KATERINE JACKSON, DAUGHTER

"I just wanted to say, ever since I was born,
Daddy has been the best father you can ever imagine.
And I just wanted to say I love him so much."

36 วินาที กับ 3 ประโยคทองน้องปารีสที่ทำแฟนๆ ทั่วโลกเขื่อนแตกไปตามๆ กัน T __ T) ตอนดูช่วงพิธีการแรกๆ เราก็รู้สึกตื้อๆ จุกๆ แต่ไม่ได้ร้องไห้อะไร (เกือบไปเหมือนกันตอนที่ Usher เดินไปแตะโลง กับตอนที่ Jermaine ร้องเพลง Smile) เจอน้องปารีสเข้าไป จบเกมเลย หันไปปรับทุกข์กับกระดาษทิชชู่ทันที ฮืออออ...

 

นี่ไม่ใช่เพียงการสูญเสียของแฟนเพลงที่มีต่อศิลปินที่ชื่นชอบ แต่เป็นลูกสาวทีสูญเสียพ่อของตัวเอง

น้ำเสียงที่เธอกล่าวออกมาจึงพลอยทำให้หลายคนสะเทือนใจไปกับเธอด้วย

แล้วพิธีการก็จบลง โลงศพของไมเคิลถูกยกออกไป พร้อมๆ กับไฟบนเวทีค่อยๆ หรี่แสงลง...

สำหรับพิธีศพจะจัดกันเป็นการภายในครอบครัว โดยจะฝังไมเคิลในสถานที่ซึ่งไม่เปิดเผย และขณะนี้ยังคงต้องรอผลการพิสูจน์ด้านพิษวิทยาจากเนื้อสมองของไมเคิลเพื่อยืนยันสาเหตุการตายที่แท้จริงในสัปดาห์หน้า โดยทาง จนท. ตำรวจกล่าวว่าจะคืนสมองของไมเคิลให้แก่ครอบครัวหลังเสร็จสิ้นการวิเคราะห์ค่ะ

ท้ายนี้ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลอ้างอิงและรูปภาพจาก CNN.com, CBC.ca, คุณ Hermione Granger, คุณ autumn whispers และพี่เปียแห่งเว็บพันทิปค่ะ :3

>> รวมคลิปทั้งหมดจากงาน Memorial <<

ถามว่าทำไมเราไม่พูดถึง Thai PBS ? คืนนั้นก็ดูถ่ายทอดค่ะ ดูช่องนี้ช่องแรกด้วย แต่บอกตรงๆ พิธีกรและแขกรับเชิญทำเราเสียความรู้สึกมาก ไม่ว่าจะเป็นการขำเรื่องสีผิวของ MJ ("สงสัยอยากลองตัวขาวบ้างมั๊ง" แล้วก็พูดๆๆ อยู่นั่นแหละ "ทำไมไม่ภูมิใจในสีผิวตัวเอง" "แบบนี้จะเรียกว่าเป็นตัวแทนคนผิวดำได้ยังไง" ฯลฯ) โดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลมาเลยว่าที่จริงเขาป่วย  = ___=*)

ปึ้ดสุดตอนที่มีคนถามว่า "รู้สึกยังไงกับการจัดพิธีรำลึกไมเคิล" แล้วเขาตอบทันทีว่า "ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย"

โอเค พวกเขาอาจจะไม่ใช่แฟนเพลงไมเคิล อาจจะไม่เคยคิดหาข้อมูลมาก่อนทำงาน (...มืออาชีพ ? ทำงานแบบนี้ ?) แต่นี่มันรายการไว้อาลัย รำลึกถึงคนตาย ถ้าไม่รู้อะไรสักอย่างก็อย่ามากล่าวหาคนตายออกอากาศแบบนั้นสิ นอกจากจะทำให้คนอื่นๆ อึดอัดใจแล้ว ยังดูเหมือนทำอะไรไม่ถูกกาละเทศะอีกด้วย (=___=)

การทำความดีให้กับโลกนี้ บางทีมันก็วัดกันไม่ได้ว่าระหว่างจิตรกร นักร้อง นักวิทยาศาสตร์ ชาวนา นักบินอวกาศ ฯลฯ ใครกันที่มีคุณค่า ใครกันสร้างคุณประโยชน์ให้โลกนี้มากกว่ากัน เราเชื่อว่าไม่ว่าคนๆนั้นไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร จะเป็นใคร ตัวเล็กหรือตัวใหญ่ หากเค้าทำหน้าที่ของเค้าไปตามที่ควรเป็นแล้ว คน ๆ นั้นก็ควรค่าแก่การยกย่องทั้งนั้น

เราไม่ได้ต้องการให้คุณเสนอ "คำชม" หรอก เราก็แค่ต้องการให้คุณเสนอ "ความจริง" เท่านั้นเอง

คอมเพลนไปทาง Thai PBS แล้วก็เปลี่ยนช่อง ดู CNN ออนไลน์แทน ชรุชริ... = =)*

เมื่อเช้าเพิ่งจะเห็นว่ามีคนวิจารณ์เรื่องนี้เยอะเหมือนกันแฮะ อืม

>> Thai PBS เค้าไม่ทำการบ้านเรื่อง MJ มาบ้างหรือครับ <<

 

แถมท้ายด้วยรูปลูกๆ ทั้งสามคนของไมเคิล

ลูกชายคนโต, ปริ๊นซ์ (12)  ลูกสาว,ปารีส (11) และลูกชายคนเล็ก, แบล็งเค็ท (7)

แบล็งเค็ทเอาหนังสือปิดหน้า คงยังไม่ชินกับการอยู่ท่ามกลางสื่อมวลชนเยอะๆ

โฉมหน้าชัดๆ ของแบล็งเค็ท ลูกชายคนเล็กไมเคิล น้องถือตุ๊กตาป่าป๊าเอาไว้ไม่ยอมปล่อยเลย

พี่สาวคอยดูแลน้องชายตลอด ดูปารีสจะรักน้องมากทีเดียว

อันนี้เป็นภาพที่ชอบที่สุดในบรรดาภาพทั้งหมด

พี่น้องกัน รักกัน ดูแลกันให้มากๆ นะหนูนะ T w T)

โอเค จบไปอีก 1 เอนทรีที่ยาวเป็นประวัติการณ์ของบลอคนี้

เอนทรีต่อไปจะตัดกลับสู่รายการตามปกติ (?) ขอบคุณทุกท่านที่รับชมค่ะ เลิฟยูออล~ เบ่เบ๋~

ซี๊ยูเอนทรีหน้าจ้า~

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไม่กล้าดูพิธีนี้ค่ะ แค่อ่านเอนทรีนี้ก็น้ำตาไหลกลางที่ทำงานแล้ว

ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีพอร์ทนี้

#1 By Meiko S. on 2009-07-09 15:50

กินใจที่สุดเลยค่ะ
ขอบคุณที่นำมาให้อ่านนะคะ

ตามไปอ่านใน Pantip ละค่ะ

หึหึ


Hot! Hot! Hot!

#2 By Variety-Phet on 2009-07-09 16:47

เศร้ามาก ฟังเพลงแล้วร้องไห้ตลอดเลย

Hot! Hot!

#3 By Rabi-Rabi on 2009-07-09 19:37

ตอนเช้าที่ไทย ก่อนงานอาลัยจะเริ่มก็พยายามหาทางดูทีวีจากช่องต่างประเทศ เพราะว่าไม่มีเคเบิลทีวี
แล้วก็คิดว่า พวกฟรีทีวีที่ไทยต้องไม่มีให้ดูแน่เลย โหลดโปรเเกรมดูทีวีออนไลน์มา ห้าหกอัน แล้วลอง ออนเเอร์ดูว่าอันไหนเร็วสุด
พอสองทุ่มกว่าๆ เข้าเว็บCNN อ่าว
มี livestream ให้ดูนี่นา sad smile เริ่มฉายตอนเที่ยงคืน
แค้นตัวเองมาก ทำไมไม่เข้ามาดูที่ CNN ก่อน
แถมเช้ามาเพื่อนบอกว่า ช่องNBT ก็มีให้ดู sad smile

เพื่อลุงเอ็มเจ หนูทำได้

ดูละซึ้งงง กินใจ ตรึงใจ


ปล.สะใจ ที่ป้านักการเมืองคนนั้นพูดเหมือนกันเลยค่ะ !!!

#4 By ploilek on 2009-07-09 20:48

ดูแล้วประทับใจจริงๆ ค่ะ สมกับยอมอดนอนนั่งดูถ่ายทอดสดถึงตีสาม ทั้งคนที่ขึ้นมากล่าวสดุดี ทั้งคนที่ขึ้นแสดง ปัจจุบันยังซาบซึ้งอยู่

ในงานมีคำพูดดีๆ หลายประโยค ตรงใจไปเสียหมด ฟังแล้วน่าจับโหวตชะมัด แหะๆ แต่คงจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่ส่วนตัวแล้วชอบตอนที่ SMOKEY ROBINSON ขึ้นมาพูดมากที่สุดค่ะ ออกแนวตลกร้ายเจ็บจี้ดถึงหัวใจจริงๆ

#5 By toy_ting on 2009-07-10 00:22

สงสารลูกสาวเขาครับ

ไมเคิลเขาคงพ้นบ่วงกรรมที่ทรมานมากว่า 20 ปีแล้วล่ะครับ

น่าแปลกนะ คนขนาดนี้่ มีคนไว้อาลัยทั่วโลก ขณะที่สัมภเวสีบางตัวยังเร่ร่อน หากตายไป คงมีคนบางกลุ่มจัดงานฉลอง big smile
ไอไม่ได้ดูอ่ะ จริงๆ ก็ไม่ค่อยชอบเรื่องงานศพ มันหดหู่

แต่ช่วงนี้วิทยุเปิดเพลงไมเคิลบ่อยมาก เพลงที่บางเพลงไม่เคยได้ยินมาก่อน เราก็...อืม....อาร์ตนี่มันอยู่ตลอดไปจริงๆ สินะ

#7 By หมาต่ายโทเม on 2009-07-10 07:36

เศร้าค่ะ
ขอบคุณสำหรับรีพอร์ทค่ะ

#8 By ~pandanus~ on 2009-07-10 15:27

เศร้าค่ะ มากมาก
โดยเฉพาะตอนสุดน้อง น้องปารีส โอ้โน้วว
น้ำตาท่วมจอเลยค่ะ ตอนนั้น

คิดถึง M.J. สุดๆ คุณพ้นทุกข์แล้วนะคะ *ดีใจ*

#9 By yooney มาเยือน~ on 2009-07-16 01:16