Hua Hin Trip # Day 2
posted on 12 Oct 2009 11:58 by deardahlia in Reportsมาต่อรีพอร์ทวันที่ 2 ซึ่งเป็นตอนจบแล้วค่า~
ขอบอกว่าเอนทรีนี้แอบโหลดโหดเล็กน้อย เพราะรูปเยอะค่ะ แหะๆ f(^^;
เอาล่ะ ไปกันเลย~ >w<)/
หลังจากพลพรรคป้าเปิดศึกวันทรงชัยกันไปถึงเที่ยงคืนกว่า ก่อนปิดไฟนอน หมาต่ายก็งึมงำมาจากข้างๆว่า "พรุ่งนี้หมาต่ายจะตื่นแต่เช้า พาลูกไปแด๊นซ์วัวที่ชายหาดนะอิยาย" อืมๆ โอเค เอาเป็นว่าตอนนี้นอนก่อนดีกว่าเบ่เบ๋ ฟรี้ แจร๊บ ๆ... อย่าดึงผ้าห่มสิเฟ้ย !! เตียงคู่แต่มีผ้าห่มผืนเดียวนะ ฮุดช่า = A =)/ // ปึด ๆ ๆ
6 โมงตรง เสียงปลุกจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น หมาต่ายเด้งตัวขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมเป้ กล้อง และอุปกรณ์ด้วยความสดใสลัลล้า ขับเคลื่อนด้วยพลังอิแม่บ้าเต็มถัง ยายดาหรี่ตาขึ้นมอง เห็นแนนที่กลิ้งอยู่บนเตียงเสริมพลิกตัวแล้วหลับต่อ อา... ดิฉันก็อยากจะไสยาสน์ต่อเช่นกัน... หญิงชราจึงมุดหัวซุกหมอน ดึงผ้าห่มมาคลุมพร้อมกับงึมงำๆ อะไรซักอย่างที่ตอนนี้ก็จำไม่ได้แล้ว (ฮา) นึกออกลางๆ แค่หมาต่ายพูดว่า "จะเอากุญแจไปนะอิยาย" แล้วดิฉันก็ตอบว่า "จะเอาไปทำมาย เพื่อนก็อยู่ในห้อง มาก็เคาะเรียกได้น่า"
เวลาผ่านไปอย่างสงบราวๆ 10 นาที ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น หญิงชรากลิ้งลงจากเตียงไปเปิดประตู เห็นหมาหูยาวยืนอยู่พร้อมกับพูดว่า "...ประตูรั้วด้านที่จะเดินไปทางหาดยังไม่เปิดง่ะ" ยายดาพยักหน้าหงึกหงัก "งั้นรออีกครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวไอไปเป็นเพื่อน ไม่งั้นก็ไปขอกุญแจที่บ้านพักด้านหลังเอา"
ว่าแล้วก็คลานกลับขึ้นเตียง ทิ้งให้หมาต่ายนั่งจุ้มปุ๊กอยู่กลางห้องกับเสียงกะงี๊ด ๆ "...ถ้าแดดแรงแล้วเค้าก็ถ่ายวัวไม่ได้อ่า" "...แด๊นซ์วัวของเค้า" "...อุตส่าห์หอบชุดมานะ กะงู๊ดดด" "อิยาย........."
//ฟึ่บ// ...อุ...กี๊....
คนสวยที่กลิ้งอยู่บนเตียงเสริมลุกขึ้นยืนพรึ่บทั้งที่ตายังยิบหยีอยู่ ท่ามกลางความตกตะลึงของรูมเมทอีก 2 คนในห้อง "แนนตื่นแล้วเหรอ" "...ตื่นตั้งแต่แรกแล้วย่ะ... *= _ =)" ว่าแล้วคุณนายก็หิ้วหลังคอหมาต่ายเดินฉับๆ ออกจากห้อง (ทั้งที่ตายังปรืออยู่นั่นแหละ) แล้วก็กลับมาภายใน 10 นาที
"แนนจัดการเรียบร้อยแล้ว ...แค่นี้นะ จะนอนต่อ *=_=)"
"จ...จ้ะ ชาบูจ้ะ เก่งที่สุดเลยจ้ะคุณนาย ;^^)" << ไม่กล้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น
ลงไปนอนกลิ้งต่ออีกสักพัก ยายดาก็ตัดสินใจสะบัดขน (?) ลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ขณะที่กำลังจะออกจากห้องโอคุงก็มาพอดี เลยเดินไปหาหมาต่ายที่ชายหาดด้วยกัน
ตอนเช้าๆ เสฉวนคุงออกมาเดินสวนสนามกันเยอะมาก
หมาต่ายพร้อมอุปกรณ์ครบมือ กำลังถูกพลังคลื่นซุปเปอร์โมเอ้อุลตร้าคิวตี้คิระคิระโจมตี 555+
ประมาณ 7 โมงครึ่ง ก็กลับไปทานอาหารเช้าที่รีสอร์ทกัน อาหารมีให้เลือก 2 แบบ คือจานหลักเป็นไข่แล้วเลือกเครื่องเคียงได้ทุกอย่าง กับจายหลักเป็นอย่างอื่น เช่น เฟรนซ์โทสต์ ซีเรียล ฯลฯ แต่จะเลือกไข่ไม่ได้ ปรากฏทุกคนเลือกไข่กันหมดเพราะหิวจัด ต้องเตรียมพร้อมรับทัวร์วันนี้ พวกเรื่องดื่มก็มีชา กาแฟ โอวัลติน น้ำเปล่า และน้ำส้มค่ะ
อุดมสมบูรณ์เต็มโต๊ะกันเลยทีเดียว
เมื่ออิ่มหนำกันดีแล้ว ทุกคนก็สะพายกล้องเตรียมพร้อม ยืมร่มจากที่ล็อบบี้ ใส่หมวก หิ้วถุงใส่ขนม 2-3 อย่างกับน้ำ 1 ขวดลิตร (<< พร้อมจริงๆ) ปีนขึ้นสองแถวที่เหมาจ้างไว้ตั้งแต่เมื่อวานเพื่อไปยังจุดหมายแรกของวันนี้คือ "พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" จากที่พัก นั่งรถประมาณ 20 นาทีก็ถึง คนไม่เยอะมากเพราะเป็นช่วงเช้าวันศุกร์ แต่พอเข้าไปเท่านั้นแหละ โอ้---- โรงเรียนมาทัศนศึกษากันให้พรึ่บ orz
จากปากทางต้องเดินเข้าไปอีกนิดนึง
ถึงทางเข้าแล้วจ้า
กล้องใหญ่ต้องลงทะเบียนที่โต๊ะด้านหน้าและติดบัตรตลอดเวลาที่อยู่ในบริเวณมฤคทายวันนะคะ
เพราะเป็นเขตพระราชฐานเก่า ดังนั้นผู้ที่มาเยี่ยมชมจะต้องแต่งกายสุภาพนะคะ ใครที่นุ่งกางเกงขาสั้น (เช่น ป้าต้อย ซึ่งทุกคนเพิ่งมาสังเกตตอนอยู่บนสองแถวแล้ว ^^;) ก็จะมีผ้านุ่งให้เช่าสำหรับสวมทับ ถ้าใส่สายเดี่ยวหรือเสื้อกล้าม ก็จะมีผ้าคลุมให้เช่าเช่นกันค่ะ
ด้านหน้าจัดเป็นสวนแบบอังกฤษ สวยงามมากมาย แต่คนก็แวะถ่ายรูปเยอะตามไปด้วย
ส่วนรูปข้างล่างนี้ ขอตั้งชื่อว่า "หม่อมป้า"
หม่อมป้าจริงๆ นะเออ 555+ (ป้าต้อยแลดูเป็นท่านท้าว กลมกลืนกับบรรยากาศมาก)
เนื่องจากแต่ละวันมีคนเข้าชมเป็นจำนวนมาก และตัวอาคารสร้างโดยวิธีการเข้าลิ้นไม้ ไม่ได้ยึดด้วยตะปู ทำให้โครงสร้างมีปัญหาหาต้องรับน้ำหนักมากๆ ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องจัดให้ผู้มาเยี่ยมชมขึ้นไปด้านบนเป็นรอบๆ รอบละ 20 คน แต่ละรอบห่างกันประมาณ 20 นาที และขอความกรุณาให้เดินอย่างระมัดระวังเพราะตัวอาคารเก่ามากแล้ว (แต่ก็ยังได้ยินเสียงเด็กมัธยมวิ่งกันตึง ๆ ๆ ตะโกนคุยกันโหวกเหวกเป็นระยะๆ = w =;) บางพื้นที่ที่แต่ก่อนเคยเดินไปได้ ตอนนี้ก็ขึงเชือกกั้นไปหลายส่วนแล้ว รวมทั้งระเบียงทางเดินเลียบชายหาดที่สวยๆ นั่นด้วย พอขึ้นไปจริงๆ ก็สังเกตเห็นร่องรอยการหดตัวของไม้ค่อนข้างชัดเจน ไม่แน่ว่าอีกหน่อยอาจจะไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปชมข้างบนแล้วก็เป็นได้
มุมนี้เจอโดยบังเอิญแล้วเกิดชอบเป็นพิเศษ แนวทางเดินที่ทอดตัวลึกเข้าไปเป็นโครงสร้างที่สวยและได้สัดส่วนลงตัวจริงๆ ถ้าเลือกมุมให้ดี จากประตูนี้ก็สามารถมองผ่านระเบียงไปถึงทะเลได้เลยนะ ^^
เดินมานานขอแอบนั่งพักสักครู่ รูปนี้ฝีมือโอคุงกดชัตเตอร์ค่ะ :)
จากวังมฤคทายวัน เหล่าป้าวัยทองคะนองเดชก็ขึ้นสองแถวต่อไปยังร้าน "บ้านใกล้วัง" ซึ่งเป็นร้านแนะนำ by พี่สาวคุณนายแนนว่าต้องไปลองให้ได้ ตอนแรกก็คิดว่าคงใกล้นิดเดียว เพราะเห็นว่าใกล้วัง ก็นึกว่าเป็นวังมฤคทายวัน แต่จริงๆ คือใกล้วังไกลกังวลค่ะ (หัวเราะ) นั่งรถย้อนกลับมาทางเก่าประมาณ 15 นาทีก็ถึงหน้าร้านแล้ว
ทางเข้าสู่บริเวณโอเพ่นคาเฟ่ริมทะเล
บรรยากาศในร้าน
ที่นี่เน้นความเป็นโฮมเมดเบเกอรี่นะคะ เมนูอาจจะมีไม่มากแต่รับประกันได้ว่าสดใหม่และอร่อยจริง ตัวร้านจะอยู่ในบริเวณบ้าน 3 หลังของเจ้าของ ต้องเดินทะลุไปริมทะเล ด้านในร่มรื่นด้วยต้นไม้และดอกไม้มากมาย นั่งรับลมสบายๆ ไม่ร้อนเลยค่ะ ^^
สั่งเค้กกับเครื่องดื่มแล้วก็นั่งทานแซนด์วิชรองท้องกันก่อนค่ะ 2 จานแบ่งกันได้ 5 คนเลย 555+
เค้กมาแล้ว~
เมนูขึ้นชื่อของร้านนี้คือเค้กช็อกโกแลตลาวา และเค้กมะพร้าวอ่อนค่ะ อร่อยสมชื่อจริงๆ แนะนำอย่างแรงๆ >w<)b เค้กช็อกโกแลตลาวาไม่หวานเลี่ยน รสชาติกำลังดีขนาดที่คนไม่ชอบหวานอย่างยายดากับหมาต่ายสามารถกินได้สบายๆ และสำหรับช็อกโกแลตเลิฟเวอร์สทั้งหลาย ...ถ้าพลาดเมนูนี้ไปอาจเสียใจชั่วชีวิตเลยนะจ๊ะ โฮะ ๆ ๆ
หลังร้านมีทางเดินให้ลงไปสวีทริมทะเลได้ด้วย เห็นหลายคู่กินเค้กไปซบกันไป อู๊ย หวานซ๊า~
จากร้านเค้ก เราก็นั่งรถไปไหว้พระเขี้ยวแก้วที่วัดเขาตะเกียบกันค่ะ ทางขึ้นค่อนข้างชันมาก นั่งท้ายสองแถวแดงตัวเอียงกะเท่เร่เลย เหอ ๆ ๆ รถค่อยๆ ไต่วนขึ้นไป ระหว่างทางก็เห็นลิงเจ้าถิ่นประปราย ยายดาจึงไม่ค่อยอยากเอากล้องออกมาเท่าไหร่ กลัวมันคว้าไป (โดยส่วนตัวแล้ว ลิงเป็นสัตว์ที่เราไม่ชอบมากที่สุดค่ะ ^^;)
พอไปถึงเราก็ต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกประมาณ 100 ขั้นเพื่อขึ้นไปสู่วัดด้านบน เหล่าป้าจัดการเอาขนมซุกไต้เบาะ กลัวลิงมาขโมยเต็มที่ ตลอดทางที่เดินขึ้นก็ต้องหยุดเป็นพักๆ เพราะเจ้าถิ่นเล่นออกมานั่งขวางทางมองกันสลอน (- w -;) เมื่อไหว้พระ สักการะพระบรมสารีริกธาตุเรียบร้อยแล้ว ก็เดินเล่นกันอีกพักนึงก่อนจะกลับลงมา
มาถึงที่รถ พี่คนขับก็เอาขนมออกมาคืนให้ พี่เค้าเอาไปไว้ในรถด้านหน้าแล้วล็อกประตูเพื่อไม่ให้ลิงเข้ามาได้ พวกเราก็ขอบคุณแล้วเดินขึ้นรถ แต่!!! ช้าไปแล้ว !!! อิยายร้องกรี๊ดดดดดดสุดเสียงเพราะเห็นตัวฟูๆ หน้าขนพุ่งผ่านด้านหลังโอคุงเข้ามาอย่างรวดเร็ว ม๊ายยยยยย!!!!!! ลิงมาเฟียฉกถุงใส่ขนมไปจากมือใครสักคนแล้วแยกเขี้ยวแฮ่ !! เหล่าป้าซึ่งตอนนี้อยู่ในรถแล้ว จะหนีไปไหนก็ไม่ได้ ก็กรี๊ดกันป่าแตกล่ะค๊า ไม่มีใครกล้าทำอะไรรุนแรงเพราะรู้ดีว่าการถูกลิงกัด จะได้รับเชื้ออะไร แล้วต้องตามมาด้วยการรักษาพยาบาลขนานใหญ่อะไรบ้าง ไม่คุ้มอย่างแรงแน่นอน
ลิงตัวที่ 2 และ 3 พุ่งตามกันขึ้นมาบนรถ ป้าๆ กรี๊ดแตกอีกคำรบ เสียงหมาต่ายร้องว่า "ให้มันไป อย่าขยับ ปล่อยมันเอาไป" ที่ไหนได้ มันกระชากถุงขนมเรียงถุงเลยค่ะพี่น้อง "แอ๊---- ชินมัยของหมาต่าย------" "ม๊ายยยยย คอนเน่ของโอคุง แง๊----" แถมนั่งสวาปามมันตรงนั้นพร้อมกับแยกเขี้ยวขู่เรา พื้นรถนี่ขนมกระจายเกลื่อนไปหมด มีฝรั่งเดินผ่านมา ยกกล้องวีดีโอถ่ายช็อตเด็ดไว้พร้อมกับหัวเราะ บ้าจริง!! มันน่ากลัวนะเฟ้ยยย T A T) หมาต่ายตะโกนขึ้นไปด้านหน้า "ออกรถเลยพี่ ออกรถเร็วๆ เข้า!!" แล้วสองแถวแดงก็ซิ่งป๊าดดดดออกไป ลิง 2 ตัวรีบกระโจนออก เหลืออีกตัวที่หันไปมองเพื่อนแต่มือก็ยังจกคอนเน่อย่างเมามัน จนมาถึงกลางทางมันถึงกระโดดออกไป (- -;)
อา... จำจนตาย ตรูจะไม่ญาติดีกับลิงอีกชั่วชีวิตนี้ T ___ T )
พลพรรคป้ามุ่งหน้ากลับที่พักที่อีกฟากหนึ่งของเขาตะเกียบ หลังจากนอนพักให้หายขวัญหนีดีฝ่อกันสักครู่ ชีพจรก็เริ่มลงเท้าอีกครั้ง หมาต่ายกับยายดางัดสูทออกมาเตรียมคอส Dame ต่อ ป้าต้อยไสยาสน์ดูผู้ชายทางเคเบิ้ลเช่นเคย แนนกับโอคุงที่ออกไปเดินเล่นชะโงกเข้ามาบอกว่า "ข้างนอกมีเวดดิ้งสตูดิโอมาถ่ายรูปเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วยล่ะ"
โอเค ไม่ต้องกลัว เพราะทางเรามีเจ้าบ่าวกับเจ้าบ่าว 2 คน (= w =) <<ไม่ใช่แล้วว
เจ้าบ่าวหมายเลข 1 โทเมตั้น คอสเป็น Tackey
และเจ้าบ่าวหมายเลข 2 ดาห์เลียตั้น คอสเป็น Tsubasa
ไม่มีเจ้าสาว เราก็วายกันเอง (= w =)
เพื่อสืบสานเจตนารมณ์อนุรักษ์ไม้ป่า (เดียวกัน) ให้คงอยู่ตลอดไป
สร้างความพรั่นพรึงให้กองถ่ายเวดดิ้งจนเหลียวหลังเลยทีเดียว
("ซุบซิบๆ ๆ เธอว่า 2 คนนั้นมันเป็นผู้หญิงกับผู้หญิง หรือกระเทยกับกระทิงกันแน่น่ะ")
แปะแค่นี้ก็แล้วกัน รูปคอสส่วนใหญ่อยู่กับหมาต่าย ตามไปเกาะขอบจอดูก็แล้วกันนะจุ๊~
เบื้องหลังภาพถ่ายคือสองสาวตากล้องคู่นี้ แต๊งๆ โอคุงและแนนนะเคอะ ดร๊วบส์~
ถ่ายรูปคอสจนพอใจแล้วก็ยังเหลือเวลาอีกนิดหน่อยก่อนจะถึงข้าวเย็น สระน้ำก็ไม่อยากลงเพราะมีคนอื่นมาอยู่ด้วย โอคุงก็เลยชวนไปดูรีสอร์ทของรุ่นพี่ที่กำลังจะเปิดใหม่ แล้วก็ไปเดินเล่นริมทะเลกัน เหล่าแม่บ้าหูตาสว่าง คว้ากล้องและพกลูกกันไปเป็นแถว แม้แต่ BJD อย่างไอลีนก็ยังไปกับเค้าด้วย ท่าท่างลัลล้าน่าดู 555+
เล็ทสะโกทูเดอะบีช~ ชาลัลลา~
ทามากิกับมุราซากิที่เพิ่งเคยเห็นทะเลเป็นครั้งแรก
เล่นก่อกองทรายกับพี่เบิร์ด
แต่อยู่ได้ไม่ถึง 20 นาทีฝนก็เริ่มโปรยเม็ดลงมาอีก ป้าๆ จึงต้องรีบกลับที่พัก นอนกลิ้งดูซีรีย์ Law and Order ทางช่อง Universal พลางถกประเด็นเรื่องสเต็มเซลล์กันอย่างจริงจัง สมเป็นพวกป้าเนิร์ดมาก (หัวเราะ) จน 1 ทุ่มตรง รถสองแถวแดงก็มารออยู่หน้าที่พัก ทุกคนจึงย้ายมวลสารไปร้านเจ๊เขียวซีฟู้ดกัน
หิวโซเลยทีเดียว
อาหารเย็นวันนี้มีส้มตำทะเล กุ้งชุบแป้งทอด หมึกผัดไข่เค็ม แกงส้มไข่ปลาริวกิว กุ้งราดซอสสามรส และน้ำมะพร้าวปั่น อร่อยมากๆ ><)9 โซ๊ยกันไม่ยั้ง ทั้งที่กินไปคุยไปแท้ๆ แต่พอกินหมด ยกนาฬิกาขึ้นมาดูเตรียมจะเรียกรถสองแถวก็พบว่า
...เวลาเพิ่งผ่านไป 20 นาที
(ทั้งนี้ รวมเวลาสั่งและรออาหารแล้ว)
...ช่างเป็นผู้หญิง 5 คนที่มีแรงสูบไดโว่อย่างน่ากลัว ก็เลยนั่งเล่นกันอีกพักนึง กลัวพี่คนขับตกใจ 555+ มื้อนี้หมดค่าเสียหายไปประมาณ 850 บาท ราคาโอเค อาหารอร่อย เยี่ยมกู้ดค่ะ (>w<)b ออกมาด้านหน้า โอคุงทำท่าจะโทรเรียกรถ แต่ปรากฎว่าพี่คนขับยังนั่งคุยอยู่แถวนั้น ท่าท่างงงๆ แกมตกใจเล็กน้อย "กินเสร็จแล้วเหรอครับ !? O _ O!!)" ...คือ จริงๆ พวกหนูกินเสร็จตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนแล้วล่ะพี่ ^^;)
กลับมาที่รีสอร์ทอีกครั้ง ลมเย็นสบายหลังฝนตกพรำ ป้าๆ 5 คนนั่งลงริมสระ เอาขาจุ่มน้ำแล้วคุยกันถึงทางเดินของแต่ละคน อะไรหลายๆ อย่างที่คุยกันตอนนั้น พอมานึกดูอีกที ถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติที่นัดกินข้าวหรือไปเที่ยวกันทั่วไป ก็คงไม่ได้พูดออกมา บางเรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะเล่าหรือพูด แต่คืนนั้นก็ปล่อยไปตามความรู้สึกจนเหมือนน้ำตาจะไหล ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าทำไม 555+ ในที่สุด โอคุงก็บอกว่า "ดึกแล้ว ไปอาบน้ำเถอะ"
บางที นั่นอาจจะเป็นอีก 1 โมงยามที่ยายดาจะจดจำได้ดีไปอีกนานแสนนาน
:)
คืนนั้น อาบน้ำเสร็จก็เปิดฉากรำพัดกันอีกรอบ พร้อมๆ กับดู MV เพลงสากลผ่านทางเคเบิ้ลไปด้วย อะเมซิ่งกับชากีร่าและท่าเต้นทาร์ซานยอดรักของชีมั่กๆ นี่ถ้าไม่หน้าตาสวยและหุ่นดี เต้นแบบนี้ชีอาจกลายเป็นชากังราวได้ (= w =;) และอะเมซิ่งกว่าเมื่อเจอท่าเจ๊งูเหลือมสะบัดเซลลูไลท์ต้นขาดังพรั่บ ๆ ๆ (ต้องที ร. เรือเพื่อแสดงถึงการเคลื่อนไหวเป็นระลอกคลื่น โอว... = w =;) เคเบิ้ลยามดึกมันช่างเปิดหูเปิดตาดีจริงๆ // ซับเหงื่อ
วันเสาร์ทุกคนตื่นกันแต่เช้า เพราะจะไปขึ้นรถตู้ตอน 6 โมงครึ่ง เก็บข้าวของสัมภาระแล้วก็อำลาโบ๊ทลอดจ์ไปด้วยความประทับใจ ถ้ามีโอกาสคงได้แวะมาเยี่ยมเยียนกันใหม่ (^^) ขึ้นรถตู้แล้ว ป้าๆ ก็หลับกันต่อ เหลือหมาต่ายและยายดาที่ยังคงลืมตาแล้วนั่งคุยกันไปตลอดทางจนถึงกรุงเทพฯ
ลงรถที่อนุสาวรีย์ ออกมาเห็นท้องฟ้าสีมัวๆ แล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ...นี่แหละ กรุงเทพฯ ล่ะ ถึงจะวุ่นวาย ถึงจะเลอะเทอะไปบ้าง แต่ก็รู้สึกว่ากลับมาถึงบ้านแล้ว โอคุงหัวเราะแล้วบอกว่า "ไปเที่ยวก็คือไปเที่ยว สวยแค่ไหนมันก็คือที่เที่ยวนั่นแหละค๊ายาย ไม่เหมือนที่ที่เราอยู่จริงๆ หรอก" อืม นั่นสินะ :-P
ต่างคนต่างขนของตัวเองลงจากรถแล้วเราก็แยกย้ายกันไป ยายดานั่งรถไปเรียนภาษาญี่ปุ่นต่อทันที หวิดจะน๊อกคาโต๊ะไปหลายรอบ แนนและโอคุงมีนัดตอนบ่าย ป้าต้อยรีบตรงไปเปิดร้าน ส่วนหมาต่ายต้องกลับบ้าน ทุกคนกลับไปสู่จังหวะที่เป็นปกติอีกครั้ง
เป็นทริปที่สนุกและประทับใจมาก ขอบคุณป้าๆ ทุกคนที่มอบความทรงจำดีๆ แบบนี้ให้กับอิยายด้วย จะขอถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดชิ้นใหญ่ที่สุดประจำปีนี้เลยก็แล้วกัน
ขอบคุณมากนะคะ :)
รีพอร์ททริปหัวหิน 3 วัน 2 คืนก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมค่ะ
สำหรับทริปหน้า อาจจะเป็น one day trip สั้นๆ ไปสวนสยามกันอย่างที่ใครสักคนเปิดประเด็นขึ้นมา
ตอนนี้ยายดามีบัตรส่วนลดสำหรับ 5 คนแล้ว เพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ เลย สนมั๊ยคะป้าๆ ขา โฮะ ๆ ๆ~
ก่อนจากอยากแถม
2 โฮสต์หนุ่มจากโฮสต์คลับไม่รับคืน
มีสาวไหนสนใจรับไปดูแลซักคนมั๊ยเคอะ (= w =)
โอเค~ ซี๊ยูเอนทรีหน้านะจ๊ะเบ่เบ๋
แต๊งกิ้วเช่นกันจ้า
ไว้เดี๋ยวไปกันอีกเน้อ
#1 By Schiz...Np on 2009-10-13 00:11