สวัสดีปลายเดือนพฤษภาค่า (^ 0 ^)/
 
ตอนนี้อากาศที่ญี่ปุ่นเริ่มอุ่นขึ้น (มาก) แล้ว ไปไหนมาไหนสบายเชียวค่ะ อาทิตย์ก่อนน้องชายจากเมืองไทยก็เพิ่งแวะมาเยี่ยม เลยควงน้องตะลอนทัวร์ทั่วคันไซ ขาระบมไปตามๆ กัน (ฮา) หากมีโอกาสจะเอาภาพมาฝากวันหลังนะคะ (^^)
 
วันนี้มาอัพเอนทรีที่สัญญาไว้ กับภารกิจชมซากุระ 120 สายพันธุ์ ณ สวนโรงกษาปณ์ญี่ปุ่นค่ะ
 
...เอนทรีนี้โหลดโหดอีกแล้ว ขนาดคัดรูปออกไปเกินครึ่งนะเนี่ย ยังเหลือมาลงอีกตั้ง 56 รูปแน่ะ (^^;)  เนทใครช้าก็เปิดรอโหลดทิ้งไว้แล้วไปชงกาแฟมาดื่มก่อนได้เน้อ...
 
ขอเปิดเอนทรีด้วยซากุระดอกนี้
 
 
"ฟุขุโรขุจู" (มั่งมียั่งยืน)
 
พร้อมแล้วก็ตามมาเลยค่า  ~ (>w<)/
 
 
ซากุระที่เราได้ไปชมในครั้งนี้ เป็นช่วงของเทศกาล "Sakura no Torinuke" ของโรงกษาปณ์ญี่ปุ่น ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีราวๆ กลางเดือนเมษายน ทางโรงกษาปณ์อนุญาตให้บุคคลทั่วไปเข้าเยี่ยมชมสวนนี้ได้เป็นเวลา 1 สัปดาห์  (สำหรับปีนี้คือวันที่ 17 - 23 เม.ย.)  เรามีโอกาสได้ไปวันแรกที่เปิดให้เข้าชมพร้อมๆ กับคุณพ่อคุณแม่ของคุณยักษ์ค่ะ :)
 
การเดินทางก็ไม่ยาก จากสถานี Sakuranomiya หรือ Temmabashi เดินต่อประมาณ 15 นาทีเท่านั้น
 
 
เดินไปเรื่อยๆ เลียบฝั่งแม่น้ำโอกาวะ เห็นหลายคนเอาข้าวกล่องมานั่งทานชมซากุระอยู่
 
 
เดินมาได้ครู่หนึ่งก็จะเห็นสะพาน ก็ข้ามสะพานไปเลยค่ะ จะมีเจ้าหน้าที่ของสวนยืนอำนวยความสะดวก จัดแถวทั้งสองฟากให้เดินอย่างเป็นระเบียบเพราะคนเยอะม๊ากกกกจริงๆ
 
ในแม่น้ำก็จะเห็นเรือนำเที่ยวและผู้โดยสารที่โบกไม้โบกมือให้คนบนฝั่งเป็นระยะๆ (หัวเราะ)
 
 
ถึงอีกฝั่งของแม่น้ำแล้ว  ที่เห็นอยู่ในน้ำนั่นคือกลีบซากุระที่ปลิวโปรยตามแรงลม บ่ใช่จอกแหนเด้อ
 
 
ที่ทางลงหน้าสวนจะมีแผงลอยขายของกินตั้งอยู่เป็นแถว ใครหิวก็แวะไปหาอะไรรองท้องก่อนได้
 
และแล้วก็ถึงทางเข้าสวนค่ะ...
 
 
ผ่างงงงงงง !!!!
 
 
 
This is a คลื่นมนุษย์ !!!! (= A =)!!

 
(เอาไปเลย 14 pt.)
 
แบบว่าวันแรกอ่ะนะ มืดฟ้ามัวดินมาก UndecidedUndecided ก็ไหลตามเขาไปค่ะ กระแสไปทางไหนก็ไหลไปทางนั้น ไม่ต้องห่วงว่าจะหลง เพราะการชมซากุระในสวนนี้ ทางโรงกษาปณ์อนุญาตให้เดินเข้าจากทางประตูทิศใต้และไปออกทางประตูทิศเหนือเท่านั้น รวมเป็นระยะทางทั้งสิ้น 560 เมตร ห้ามเดินย้อนตลอดเส้นทางเพื่อความเป็นระเบียบและปลอดภัยของผู้เข้าชม
 
อ้อ  ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าผ่านประตูนะคะ งานนี้เข้าชมฟรีค่า  ~ (^ 0 ^)
 
ตามข้อมูลในแผ่นพับ ซากุระในสวนโรงกษาปณ์มีทั้งหมด 354 ต้น แบ่งเป็น 129 สายพันธุ์ มาจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศค่ะ  นึกภาพได้เลยว่าเวลาบานสะพรั่งพร้อมๆ กันจะอลังการแค่ไหน ~
 
 
"ฮิราเมะอิโมะเสะ" (สาวน้อยแห่งทุ่งฮิราเมะ)
 
ซากุระพันธุ์ชั้นเดียวแบบกลีบหยัก มาจากเขตฮิราเมะ โตเกียวนู่นแน่ะค่ะ
 
(ซากุระแต่ละต้นจะมีป้ายชื่อผูกไว้ และมีการอธิบายความเป็นมาด้วย เราพยายามจะจดชื่อและนำมาเรียบเรียงให้ได้อ่านกัน หากมีข้อผิดพลาดประการใดหรือควรจะเสริมข้อมูลตรงส่วนไหนก็แนะนำกันมาได้เลยนะคะ)
 
 
"โคโตะฮิระ" (พิณสันติ)
 
 
"จูจะขุ" (นกกระจอกแดง)
 
 
ที่เห็นว่าถ่ายได้ใกล้ๆ นี่ไม่ได้โน้มกิ่งลงมานะคะ น้องเขาบานสะพรั่ง กิ่งหนักจนค้อมจรดพื้นเลยค่า
 
ชมซากุระที่นี่เน้นแบบระยะประชิด ถึงใจแฟนเพลงค่ะท่านผู้ชม
 
 
"โฮตาเตะ" (กระจกเรือ)
 
ได้ชื่อนี้เพราะกลางดอกจะมีกลีบเล็กๆ กระดกตั้งขึ้น คล้ายกับกระจกเรือที่เปิดออกจากดาดฟ้าด้านบน
 
(ตอนแรกเราเล่นมุก "โฮตาเตะ" = หอยเชลล์  โอโต้ซังขำก๊ากเลย ฮ่าๆๆ)
 
 
อีก 1 ไฮไลท์และความโรแมนติกที่เป็นจุดเด่นของการชมซากุระสวนโรงกษาปณ์คือ "อุโมงค์ซากุระ" ค่ะ
 
ช่วงแรกของการเดินชม จะเป็นถนนที่มีซากุระที่กำลังบานสะพรั่ง สานกิ่งก้านกันเป็นอุโมงค์ให้เดินลอดข้างใต้ได้ค่ะ บรรยากาศดีมากๆ เหมาะกับคู่รักสุดๆ เลย แบบว่าจูงมือกันไป ชมซากุระไป อรั๊ยย ขอแนะนำค่ะ (>w<)
 
นอกจากซากุระสีชมพูหรือขาวที่พบเห็นกันบ่อยๆ แล้ว ที่นี่ก็ยังมีซากุระสีอื่นๆ ให้ชมด้วย
 
 
"อุคน" (พายุสีทอง)
 
คนญี่ปุ่นเขาว่าเป็น "ซากุระสีเหลือง" ค่ะ  สำหรับเรา เราว่าออกเป็นสีตองอ่อนๆ แฮะ
 
 
สีเขียวอมเหลืองผลิบานตัดกับท้องฟ้าสีคราม สวยแปลกตา
 
 
กิ่งก้านผสานสองสี หวานสดใส
 
 
"เกียะอิโค" (อาภรณ์สีเขียว)
 
ต้องดอกนี้ เขียวจริงเขียวจัง สีน้องเค้าเขียวกว่าใบเสียอีก รู้สึกสับสนในชีวิตเล็กน้อย ^^;
 
เกียะอิโคจัดเป็นซากุระหายาก ลักษณะกลีบจะเป็นแฉกริ้วๆ สีเขียวเข้ม ต่างจากซากุระพันธุ์อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัดค่ะ เราก็เพิ่งเคยเห็นที่นี่เป็นครั้งแรก (แถมมีต้นเดียวอีกต่างหาก)
 
 
"โอขุมิยะโกะ" (ธานีชั้นใน) ซากุระแบบกลีบซ้อนสีชมพูอ่อน
 
 
สีชมพูจางอ่อนหวาน ตัดกับท้องฟ้าที่ใสกิ๊งเหมือนกระจก
 
 
อุโมงค์ซากุระเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง  สวยเนอะ ^^
 
 
จากโซนแรก เดินต่อมาจะเริ่มเข้าเขตเลียบตึกโรงกษาปณ์ (ที่เห็นเป็นอิฐสีแดงๆ) ช่วงนี้ไม่มีอุโมงค์ซากุระแล้ว แต่จะเป็นซากุระต้นสูงๆ ที่ปลูกมาค่อนข้างนานแล้วมากกว่าค่ะ
 
เกี่ยวกับโรงกษาปณ์ โรงกษาปณ์ญี่ปุ่นเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจค่ะ นอกจากการผลิตเหรียญสตางค์แล้ว ยังผลิตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเครื่องหัตถกรรมโลหะอื่นๆ รวมทั้งทำหน้าที่ตรวจสอบ และออกใบรับรองโลหะมีค่าต่างๆด้วย อาคารโรงกษาปณ์นั้น เดิมเป็นหอพักของกระทรวงการคลัง สร้างเมื่อค.ศ.1871 ในสมัยนั้น โรงกษาปณ์ใช้แก๊สในการถลุงโลหะ เจ้าหน้าที่ได้ใช้แก๊สที่เหลือจุดโคมรอบๆโรงงานและด้านนอกของอาคาร ทำให้ดูงดงามมากในยามค่ำคืน จึงมีผู้คนพากันมาชมมากมาย  
 
ภายในโรงกษาปณ์ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้เข้าชมได้ทั่วไปอีกด้วย ไม่ได้มีแต่สวนซากุระนะจ๊ะ ^ 3 ^)
 
มาต่อกันที่ซากุระดีกว่า
 
 
"รันรัน" (หลันหลัน)
 
ชอบต้นนี้มากกก (>w<) แบบว่าสูงท่วมหัว ดอกขาวฟุ่บเป็นลูกกลมๆ ฟูฟ่องขึ้นไปบนท้องฟ้า รู้สึกเหมือนเห็นปุยฝ้ายยักษ์กำลังปลิวอย่างสวยงาม  ชื่อพันธุ์ "รันรัน" มาจากแพนด้า "หลันหลัน" ซึ่งเกิดในปีที่ญี่ปุ่นผสมพันธุ์ซากุระชนิดนี้ได้สำเร็จค่ะ
 
 
"โกะเท็นนิโอย" (หอมเทียมสวรรค์)
 
ต้นนี้หอมจริงจัง หอมไม่ห่วงไซส์ ทั้งๆ ที่ดอกนิดเดียวแท้ๆ
 
เอนทรีก่อนมีคนถามว่า ซากุระมีกลิ่นแบบไหน ...อธิบายยากจัง แต่ถ้าเคยได้กลิ่นครั้งนึงจะจำได้เลยค่ะ ดมอีกครั้งก็จะรู้เลยว่า อ้อ...ซากุระแน่ๆ กลิ่นจะหวานๆ อมเปรี้ยว คล้ายเชอรี่นิดๆ แต่หวานกว่าน่ะค่ะ
 
 
"ยาเอะอาเกะโบโนะ" (ยามแสงอุษาฉาย)
 
ดอกนี้ก็น่าร๊ากก เป็นพันธุ์ซ้อนกลีบหยัก สีชมพูหวาน ช่อนี้แตกเป็นทรงหัวใจพอดี โมเอ้สุดๆ ,,><)
 
 
อันนี้คล้าย "ซากุระ" ในจินตนาการสมัยเด็กๆ เลยเนอะ แบบว่าเวลาตัดกระดาษสีเป็นรูปดอกซากุระแปะบอร์ดโครงงานทีไร ก็ตัดออกมาเป็นหยักๆ ห้าแฉกแบบนี้ทุกทีเลย ฮ่าๆๆ
 
 
"โอโม่ยกาวะ" (วารีคำนึง)
 
ดอกเล็กๆ น่ารักกุ๊กกิ๊ก ดูแล้วให้ความรู้สึกว่า ซากุร๊า~ ซากุระ ค่ะ
 
 
"อามะยะโดริ" (วสันต์ชั่วคืน)
 
รูปนี้แอบย้อนแสง สีเพี้ยนไปหน่อย ^^;) ... พันธุ์นี้ช่อรวมจะคว่ำเป็นทรงร่ม เวลาบานพร้อมกัน มองรวมๆ แล้วคล้ายสายฝนที่โปรยปราย
 
 
"เบนิยูทากะ" (แดงชาดบริบูรณ์)
 
ของจริงสีสดมาก ดูเป็นเด็กสาวร่าเริง ชอบแต่งหน้าแต่งตัว (หัวเราะ) เราว่าทรงดอกเค้าแอบคล้ายดอกคอสมอส (ดาวกระจาย) ล่ะ
 
 
"ฮายาชินิโก" (พันธุ์ฮายาชิ หมายเลข 2)
 
พัฒนาพันธุ์โดยคุณฮายาชิ นักเพาะเลี้ยงต้นไม้ผู้มีชื่อเสียง เป็นซากุระพันธุ์ซ้อนที่มีกลีบถึง 18 กลีบในดอกเดียว สีม่วงอ่อนอมชมพูเย็นตา
 
 
"นิโอยซากุระ" (ซากุระกลิ่นหอม)
 
ตั้งชื่อได้ตรงตัวมาก (หัวเราะ) สีขาวสะอาดสะอ้าน แอบแต้มชมพูกลางดอก กลิ่นหอมเย็นๆ อ่อนๆ ให้ความรู้สึกเหมือนหญิงสาวที่เรียบร้อย เป็นกุลสตรีที่งามบริสุทธิ์ตามแบบแผน
 
 
"คังซัง" (ปากสิงขร)
 
พันธุ์นี้ก้านดอกจะคว่ำลงเป็นกระจุกๆ ไม่เหมือนต้นอื่น ดอกตูมสีแดงจัด แต่เมื่อบานแล้วสีจะอ่อนลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นสีขาวเจือชมพูในที่สุด ในช่อหนึ่งจึงเห็นได้หลายสีแบบนี้ล่ะค่ะ
 
 
เดินต่อไปเรื่อยๆ เข้าสู่ส่วนที่ 3 บริเวณนี้โดยมากเป็นซากุระที่สูงและเก่าแก่ ต้นใหญ่ท่วมหัว อลังการมากค่ะ
 
 
"เบนิเทมาริ" (บอลประดับสีชาด)
 
พันธุ์กลีบซ้อนสีชมพูแดง ทรงช่อเป็นทรงกลมน่ารัก เวลาบานพร้อมกันจะฟูฟ่องมากๆ
 
 
บานแน่นขนัดแทบไม่มีที่ว่าง สวยน่ารักมากๆ เลย ><)
 
 
"โอชิมะซากุระ" (ซากุระแห่งโอชิมะ)
 
อีกหนึ่งซากุระที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ กลีบชั้นเดียวบอบบางเรียบง่าย แต้มสีแดงอมชมพูกลางกลีบ ให้ความรู้สึกเหมือนเด็กสาวชาวชนบทที่เติบโตมาอย่างเป็นธรรมชาติ แสนซื่อ ขี้อาย ไม่ปรุงแต่ง
 
 
"อิชิฮาระโทระโนะโอ" (หางเสือแห่งอิชิฮาระ)
 
ลักษณะของซากุระที่ไปบานเบียดขนัดกันอยู่ที่ปลายกิ่ง ชาวญี่ปุ่นมองว่าคล้ายหางเสือที่โบกไกว ต้นนี้มาจากเขตอิชิฮาระ ทางเหนือของโตเกียวค่ะ
 
 
"โค่กะ" (กระดุมแดง)
 
นี่ก็ตั้งชื่อได้ตรงตัวมาก ดอกเล็กจิ๋วเดียวเท่าปลายนิ้วเ