JpDiary43: 30 ปี Tokyo Disneyland

posted on 09 May 2013 18:42 by deardahlia in Reports directory Asian, Travel, Diary
สวัสดีปลายฤดูใบไม้ผลิค่า  ^ 0 ^)/
 
ช่วงที่ผ่านมาเป็นวันหยุดยาวของทางญี่ปุ่น (Golden Week) ซึ่งหนึ่งปีจะมีสักครั้ง เรากับคุณยักษ์จึงตัดสินใจไปโตเกียว เที่ยว Disneyland และ Disney Sea กัน เนื่องจากโตเกียวดิสนีย์แลนด์จะมีอายุครบ 30 ปีในปีนี้ด้วยค่ะ (^ w ^)v
 
และเนื่องจากรูปที่ถ่ายมานั้นมหาศาลบานทะโรดมาก (แค่สองวัน เมม 4 GB เต็มเอี๊ยดค่ะพี่น้องคะ) เราจึงขอแบ่งรีพอร์ทออกเป็น 2 เอนทรี คือดิสนีย์แลนด์และดิสนีย์ซีนะคะ (ทีแรกว่าจะไม่เขียนอะไรมาก ...แต่ไหนๆ ก็ลงรูปแล้ว ก็ขอซะหน่อยละกัน)
 
เอาล่ะ ไปกันเลย เย้!!  >w<)/
 
 
 
ก่อนจะไปดิสนีย์แลนด์ เรากับคุณยักษ์ก็ศึกษาข้อมูลกันคร่าวๆ กันก่อน  โตเกียวดิสนีย์แลนด์แบ่งออกเป็น 7 โซน ได้แก่ Adventureland, Westernland, Critter country, Fantasyland, Toonstown, Tomorrowland, และ World Bazzar ค่ะ แต่ละโซนก็จะมีธีมแตกต่างกันไป
 
ต่อมาก็ลองเลือกและวางแผนคร่าวๆ กันว่าจะเริ่มจากตรงไหน เพราะที่นี่ขึ้นชื่อว่าจะเล่นอะไรแต่ละทีต้องต่อคิวยาวมากกกกกก (ยิ่งเราไปช่วงวันหยุดยาวซึ่งคนแน่นที่สุดใสรอบปีด้วย ^^; ) แต่จะมีบัตร Fast pass ให้ใช้ในบางเครื่องเล่น บัตร Fast pass ก็คล้ายกับการจองตั๋วไว้ก่อน โดยเราจะสามารถออกบัตรได้ที่ตู้หน้าเครื่องเล่น บนบัตรจะบอกเวลาว่า ให้เราเอามาใช้ได้เวลาไหน เมื่อถึงเวลาก็แค่ยื่นบัตรแล้วเข้าไปเล่นได้เลย
 
แต่บัตรนี้ก็มีข้อจำกัดคือ เราจะขอบัตรได้แค่ 1 ใบต่อ 1 ชั่วโมงเท่านั้น (ลักไก่ไม่ได้ เพราะการจะออกบัตร เค้าจะแสกนจากตั๋วผ่านประตูของเราค่ะ)  เพราะฉะนั้นต้องวางแผนให้ดีว่าจะลัดคิวเครื่องไหน และต่อคิวเครื่องไหนเนื่องจาก Fast pass เองก็มีจำนวนจำกัดในแต่ละวันด้วย เครื่องเล่นที่ฮิตมากๆ Fast pass อาจจะหมดตั้งแต่ 11 โมงก็ได้ค่ะ  (คือกดตั๋ว 11 โมง แต่ไปรอเล่น 3 ทุ่ม ประมาณนี้)
 
วันที่ไป เราออกจากที่พักกันตั้งแต่ 6.45  เรียกว่าเช้าตรู่กันเลยทีเดียว ไปถึงดิสนีย์แลนด์ประมาณ 7.15 น.
 
 
ผู้โดยสารทุกคนบนรถไฟมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน คือประตูทางเข้าดิสนีย์แลนด์
 
(โปรดสังเกตนาฬิกาบอกเวลา 7.30  นี่ขนาดก่อนเปิดประตู 30 นาทีนะ... = __ =; )
 
 
This is a  คลื่นมนุษย์ !!!!
 
(เอาไปเลย 18 pt.)
 
คนเยอะมากกกก สู้ไม่สู้ ?!  มาถึงที่แล้วก็ต้องสู้สิค๊าาาา !! ;> A <)/ 
 
ขณะยืนรอคิวขาแข็งกันอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ก็ประกาศออกลำโพงว่า เครื่องเล่น Stars Tour เลื่อนกำหนดเปิดให้บริการจากวันที่ 7 มาเป็นวันนี้วันแรก เล่นเอาคุณยักษ์ (แฟนพันธุ์แท้สตาร์วอร์ส) หูผึ่ง  แผนที่คิดกันไว้ว่าจะมุ่งไป Monster Inc. สั่นคลอนอย่างรุนแรง  ซาราริมังหันมามองนังหนูตาละห้อย เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้
 
"อื้อ ประตูเปิดแล้วพี่ก็วิ่งไปเอา Fast pass ของ  Stars Tour มาก่อนเลยละกัน"
 
"แต่ว่า... จะดีเหรอ"
 
"ดีสิ  เปิดวันแรกคนต้องมหาศาลอยู่แล้ว เราต่อคิวไม่ไหวหรอก ต้อง Fast pass เท่านั้น"
 
"...แต่ว่า... หนูอยากจะเล่น Monster Inc. นี่นา..."
 
"ก็ไม่เป็นไร  ไว้ต่อคิวเอาก็ได้"
 
"ต่อไม่ไหวหรอก  เครื่องนี้คิวมันยาว 3-4 ชม. ทุกทีเลย"
 
" ......"
 
"......"
 
"...... ตกลงพี่จะเล่นไม่เล่น Stars Tour เนี่ย  = _____ =*  อ้อมค้อมเป็นคนญี่ปุ่นอยู่ได้"
 
"ล...เล่นกั๊บ... ขออำภัยมณีกั๊บ  ขอบคุณคุณนายที่กรุณากั๊บ  m( ;;>__<)m"
 
 
 
แหม่... พูดตรงๆ ซะแต่แรกก็หมดเรื่องนะคะซาราริมัง 555+
 
 
 
เมื่อถึงเวลาประตูเปิด เจ้าหน้าที่ก็จะทำการตรวจกระเป๋าและแสกนตั๋วผ่านประตู ใครผ่านไปได้ส่วนใหญ่ก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งกันอุตลุดเพื่อไปจองคิวเครื่องเล่น สำหรับคู่เราก็เช่นกันค่ะ หลุดไปได้คุณยักษ์ก็วิ่งหน้าตั้งไปแลกบัตร Fast pass ทิ้งไห้ยายดาเดินเตร่ถ่ายรูปไปพลางๆ  ก่อน
 
ที่จริงวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด คนนึงควรจะวิ่งไปจองคิวเครื่องเล่นนึง อีกคนวิ่งแลก Fast pass ของอีกอัน แล้วค่อยนัดเจอกัน แต่คุณยักษ์แกมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าอิยายต้องหลงทางแหงๆ (แถมโทรศัพท์ติดต่อกันยากมาก คนเยอะจนสัญญาณมันตีกันไปหมดอ่ะค่ะคิดดู =__=; )  เพื่อความปลอดภัย (ต่อจิตใจตายักษ์) จึงขอให้ยายดารออยู่เฉยๆ อย่าเซิ้งไปเรื่อยจะดีกว่า เอิ๊กกกก
 
 
ถ่ายรูปเป็นที่ระทึกซะหน่อย
 
หลังมิชชั่นช่วงชิง Fast pass เสร็จสิ้น ก็บังเกิดสุญญากาศทางการตัดสินใจ สองคนมองหน้ากันไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี ^^;  ในที่สุดยายดาจึงสรุปด้วยมติเป็นเอกฉันท์ (แปลว่า อิฉันออกเสียงคนเดียว) ให้ไปเริ่มที่คฤหาสน์ผีสิงกันเต๊อะ
 
ที่จริงยายดาเป็นคนขวัญอ่อนมากค่ะ ;= 3 =) บ้านผีสิงแดนเนรมิตยังไม่เคยเข้าเลยล่ะ (<<บ่งบอกอายุสุดๆ) แต่เคยดูหนังเรื่อง Haunted Mansion ของดิสนีย์ ซึ่งตลกและน่ารักดี เลยรู้สึกอยากเห็นของจริงขึ้นมา ...ว่าแล้วคุณยักษ์ก็เช็คแผนที่ เช็คเวลาทางเน็ตว่าต้องต่อคิวรอ 80 นาที ...เอาน่ะ พอทน... T w T)  แล้วสองเราก็จรลีอย่างว่องไว
 
แต่ทว่า ช้าก่อน !!
 
ขณะที่พวกเราเร่งรุดผ่านโซน Adventure Land พลันสายตายายดาก็เหลือบไปเห็นธีมปาร์ของ Pirates of the Caribbean พอดิบพอดี แถมเวลาในการรอยังแค่ 5 นาทีเองด้วยล่ะ!!! >w<)9*!!  แบบนี้จะช้าอยู่ไย  เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชนฮ่ะ!!
 
 
พุ่งเข้าไปเล๊ย Go! Go!  ,,>w<)/
 
ได้ลงเรือในทันที เริ่ดมาก โฮะๆๆ  ที่เครื่องเล่นนี้เราจะล่องเรือผ่านคาบสมุทรอันมืดมัวสลัวด้วยหมอก เข้าสู่โลกแห่งโจรสลัดและคำสาปของเดวี่ โจนส์ค่ะ (แน่นอนว่าป๋าแจ็ค สแปร์โรว์ก็มากะเค้าด้วย) คนชอบหนังเรื่องนี้ไม่ควรพลาดนะฮะ
 
จบจากตำนานโจรสลัด เป้าหมายเราก็เปลี่ยนแปลงง่ายดายประหนึ่งนโยบายนักการเมือง = w =) แทนที่จะวิ่งไปต่อคิวตามแผน ก็เอาเป็นว่า  "เดินผ่านอันไหน ถ้ารอไม่นานก็เล่นอันนั้นเลยละกัน" ...ช่างเป็นแพลนที่ยืดหยุ่นราวขอบกางเกงยางย้วยทีเดียวเชียว
 
จุดต่อมาที่เราผ่าน และพบว่ารอเพียง 25 นาทีคือ  Western River Express
 
 
นั่งรถไฟผจญภัยไปรอบเกาะอเมริกายุคบุกเบิกค่า
 
ที่โซนนี้นอกจากรถไฟแล้ว ยังมีบ้านของทอม ซอว์เยอร์ (มีใครเคยอ่านหนังสือเรื่องนี้ไหมเนี่ย)  เรือเดินสมุทร Jungle Cruise  บ้านต้นไม้ (Tree House) และกิจกรรมพายเรือแคนูอีกด้วย ใครชอบแนวๆ รถไฟเหาะ ก็มีเครื่องเล่น Big Thunder Moutain ไว้ให้ส่งเสียงกรี๊ดกัน (คุณยักษ์จ้องด้วยตาเป็นประกายจนอิยายต้องเหยียบเบรกเอี๊ยด ...แหม่ะ... จะมาตีลังกาอะไรกันแต่เช้าคะคุณพี่ = w =; )
 
ลงจากรถไฟมาก็พบว่า คิวยาวขึ้นพรวดพราดเป็น 50 นาที  ไอ้หยา...โชคดีจริงๆ ที่ตัดสินใจกันเร็ว ^^;
 
จากนั้นก็เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน
 
 
ที่ดิสนีย์แลนด์นี้มีไปรษณีย์ไว้ให้บริการด้วยนะคะ
 
หากส่งจดหมายหรือโปสการ์ด ก็จะได้ประทับตราดิสนีย์ด้วยล่ะ ^^ น่าจะลองส่งไปให้เพื่อนๆ หรือส่งกลับบ้านดูเนอะ (โปสการ์ดกับแสตมป์ถ้าไม่ได้เตรียมมา ก็มีขายในร้านขายของที่ระลึกค่ะ มีโต๊ะให้นั่งเขียนพร้อมสรรพ)
 
เดินข้ามมาถึงโซน "Fantasy Land" ก็เจอเข้ากับห้องอาหารของราชินีโพแดง
 
 
ข้างในเป็นร้านอาหาร ตกแต่งด้วยธีมอลิสในดินแดนมหัศจรรย์
 
 
คุณกระต่ายท่ามกลางดอกไม้สีสวย
 
 
ตู้ขายของอัตโนมัติก็ยังคุมธีมงานเลี้ยงน้ำชา น่ารักจริงๆ
 
 
มีอลิสน้อยใส่รองเท้าผ้าใบสีชมพูซะด้วย (หัวเราะ)
 
 
Alice's Tea Party  เครื่องเล่นถ้วยหมุน  ตามคอนเซปต์งานเลี้ยงน้ำชาในแดนมหัศจรรย์
 
ที่โซน Fantasy Land นี้ เครื่องเล่นส่วนใหญ่จะเหมาะสำหรับเด็กๆ และทุกคนในครอบครัวค่ะ เน้นสีสันสดใสสวยงาม  ธีมหลักๆ ก็ได้แก่  อลิสในแดนมหัศจรรย์, สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ้ด, การผจญภัยของปีเตอร์แพน,  ช้างน้อยดัมโบ้, พิน็อคคิโอผจญภัย,  It's a small world,  Mickey's PhilharMagic กับหมีพูห์และผองเพื่อนค่ะ
 
 
แวะหาพร็อพเพิ่มเติมที่ร้านขายของที่ระลึก  แปลงร่างเป็นเดซี่และโดนัลด์  อิอิ :)
 
 
ร้านขายของที่ระลึกของ Pooh's Story
 
ข้างในเต็มไปด้วยทุกสิ่งที่เกี่ยวกับพูห์
 
 
จุ๊บกันๆ  น่ารักดี 555+
 
ที่จริงแอบอยากเล่น "Pooh's Honey Hunt" ด้วยล่ะ แต่คิวยาวม๊ากกกกก (180 นาที  สามชั่วโมงพอดี เอิ๊กกก) แถม Fast pass ของเครื่องเล่นนี้ปิดให้บริการแล้ว (แปลว่าคนกดบัตรจนคิวเต็มหมดถึงเวลาสวนสนุกปิดนั่นเอง) T w T)  เลยตัดใจดีกว่า เดินออกมาได้กลิ่นหอมๆ ชวนท้องร้องโครกคราก
 
 
ข้าวโพดคั่วราดน้ำผึ้ง  หอมมว๊ากกกก ,,><)
 
รถขายข้าวโพดคั่วแบบนี้เห็นได้ทั่วไปในดิสนีย์แลนด์  แต่รสชาติจะแตกต่างกันไปในแต่ละโซน (มีบอกไว้ในแผนที่ด้วยค่ะ) ของดิสนีย์แลนด์นี้มี 6 รสชาติ ได้แก่ รสคาราเมล, รสเกลือ, รสผงกะหรี่, รสน้ำผึ้ง, รสซุปข้าวโพด และรสเนยกับโชยุค่ะ
 
เวลาซื้อก็สามารถเลือกได้ว่าจะซื้อแบบถังรีฟิลหรือแบบธรรมดาค่ะ  ถ้าซื้อแบบถังจะมีฝาปิดและสายสะพายเหมือนกระติกน้ำ  สามารถเอามารีฟิลได้เรื่อยๆ  ดีไซน์ของถังก็ต่างกันในแต่ละโซนด้วย
 
 
ซื้อแบบกล่องธรรมดามา ราคา 300 เยน  อร่อยดี หอมน้ำผึ้งมากเลย
 
(กินจะหมดแล้วเ