JpDiary44: ล่องเรือผจญภัยใน Disney sea

posted on 30 May 2013 19:57 by deardahlia in Reports directory Asian, Travel, Diary
 
สวัสดีต้นเดือนมิถุนายนค่ะ (^^)
 
ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นก็เริ่มย่างเข้าสู่ฤดูฝน (ทสึยุ) แล้ว อากาศค่อนข้างแปรปรวนน่าดู เดือนหน้าก็คงเข้าสู่หน้าร้อนเต็มตัวล่ะค่ะ (= w =;;
 
มาต่อกันที่เอนทรี Disney sea กันดีกว่า (^ o ^) ร้อนๆ แบบนี้ก็ต้องทะเลสิเนอะ เข้ากับฤดูกาลพอดีเลย อิอิ
 
 
Disney sea ฤดูใบไม้ผลิ ธีมของปีนี้คือ "Spring Voyage" ค่ะ ,,>w<)/
 
 
:: หมายเหตุ :: เอนทรีนี้รูปเยอะและโหลดโหดมาก (กว่าจะอัพได้ Bad Gateway รัวๆ ไปหลายรอบเลยทีเดียว)  เน็ทใครไม่แรงแนะนำให้เปิดทิ้งไว้แล้วไปชงกาแฟก่อนได้จ้ะ
 
สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านเอนทรีเก่า  พาเที่ยวดิสนีย์แลนด์ >>เชิญได้ที่นี่เลยจ้ะ<<
 
 
 
 
วันที่สามของทริปโอซากาเข้ากรุง  เราและคุณยักษ์ออกจากที่พักสายกว่าเดิม 15 นาทีเพราะร่างกายเริ่มล้าจากการเดินทาง  (หยุดโกลเด้นวีคแต่ตื่นตี 5 ครึ่งทุกวัน ตื่นเช้ากว่าวันทำงานอีกนะ 555+)  เมื่อมาถึง Disneyland แล้วเราจะต้องนั่งรถโมโนเรล (Tokyo Resort Line) เพื่อไปลงยังสถานี Disney Sea อีกทีหนึ่ง ค่าโดยสาร 250 เยนค่ะ
 
 
 
ภายในรถ ทั้งหน้าต่างและห่วงจับเป็นรูปมิกกี้หมดเลย ได้บรรยากาศดิสนีย์มากๆ
 
เนื่องจากวันที่เราไปนี้ตรงกับวันเด็กพอดี (5 พ.ค.) มองจากหน้าต่างรถไปยัง Disneyland เห็นผู้ปกครองอุ้มลูกจูงหลานคิวยาวย้วยล้นทะลักยิ่งกว่าที่ฝ่าฟันมาเมื่อวานแล้วรู้สึกหนาวสันหลังอย่างบอกไม่ถืก (= w =; ) แอบลุ้นในใจว่าขอให้ Disney Sea คนน้อยกว่านี้ซักนี๊ดก็ยังดี...
 
รถจอดที่สถานี เราสองคนวิ่งลงมาถึงก่อนประตูเปิด 15 นาที  แถวยาวพอๆ กับที่ต่อคิวเข้า Disneyland เมื่อวานเลย ...เอาล่ะ พอสู้ไหว เอาหูมิกกี้มาใส่แล้วปลุกใจกันไปมา (ฮา) วางแผนกันคร่าวๆ ว่า เมื่อผ่านประตูไปแล้ว คุณยักษ์จะวิ่งไปกด Fast pass ของ Toy Story ก่อน โดยให้ยายดารอบริเวณลานด้านหน้าเหมือนเดิม จากนั้นค่อยตรงไปเครื่องเล่นอินเดียน่าโจนส์
 
ประตูเปิด คนทยอยเดินเข้า แถวไหลไปเร็วมากๆ ทุกอย่างเหมือนจะดูดี แต่ปรากฏว่า
 
"ประกาศ ขณะนี้บัตร Fast pass ของ Toy Story ได้จำหน่ายหมดแล้วค่ะ  ขอทวนอีกครั้ง บัตร Fast pass ของ Toy Story ได้จำหน่ายหมดแล้วค่ะ"

 
นี่มันอัลไลคะพี่น้องงงงงงงงงงงง !!!!!!! 
(เอาไปเลย 18 pt.)
 
คือแบบ... ประตูเพิ่งเปิดได้ 20 นาทีอ่ะ !!!  โฮกกกกกกกกก !!! "T A T)"
 
 
คุณยักษ์พึมพำพลางพลิกแผนที่อย่างรวดเร็ว  "นี่สินะ ความแตกต่างของการตื่นสาย 15 นาที"
 
 
เมื่อสูญเสียเป้าหมายหลัก เข็มทิศยายดาก็เริ่มรวน คุณยักษ์เสนอว่าเราควรจะเปลี่ยนทางมุ่งตรงไปเอาบัตร Fast pass ของเครื่องเล่นอื่นที่เป็นที่นิยม เช่น อินเดียนาโจนส์ หรือ Journey to center of the Earth แทน  แต่เรายังไม่ยอมถอดใจ บอกว่าขอวิ่งไปดูให้เห็นกับตาก่อนเถอะว่าแถวของ Toy Story ยาวแค่ไหน ถ้าซัก 2 ช.ม. จะยอมอดทนรอก็ได้  ปรากฏว่าพอไปถึง...
 
....270 นาทีจ้ะ.... (= w =)
 
โอเค... สี่ชัวโมงครึ่งนะ ...ยอมแพ้ก็ได้ฟะ ฮืออออออออ T _____ T"
 
 
คุณยักษ์จึงแยกตัวออกวิ่งไปกดบัตรเครื่องเล่น Journey to center of the Earth ทิ้งให้ยายดาถ่ายรูปพลางเดินเล่นไปชิวๆ ก่อน  แหม่...เป็นคุณนายนี่มันสบายจริงจริ๊ง โฮะๆ ,,= 3 =)
 
สำหรับพื้นที่ต่างๆ ใน Disney Sea จะแบ่งออกเป็น 7 คาบสมุทรแห่งการผจญภัย (เช่นเดียวกับ Disneyland ซึ่งแบ่งเป็น 7 อาณาจักรแห่งเทพนิยาย)  โดยทั้ง 7 โซนจะประกอบด้วย Mediterranean Harbor, American Waterfront, Mysterious Island, Port Discovery, Lost River Delta, Arabian Coast, และ Mermaid Lagoon ค่ะ
 
 
โรงละครบรอดเวย์ ในโซน "American Waterfront"
 
แต่ละจุดใน Disney Sea จะมีโชว์ต่างๆ อยู่เยอะแยะมากมายเลยค่ะ เช่นที่โรงละครบรอดเวย์นี้ก็มีการแสดงละครเพลง ซึ่งดูเหมือนจะได้รับความนิยมพอตัวทีเดียว สังเกตจากเวลาแสดงสิบโมง แต่เริ่มมีคนมาต่อคิวกันตั้งแต่ 8.45 แล้ว  (^^; )
 
 
"Tower of Terror"  
 
ดูเหมือนตึกบ้านผีสิง แต่ที่จริงไม่ใช่ค่ะ มันคือเครื่องเล่นสไตล์ Free Fall ที่ได้ชื่อว่าหวาดเสียวที่สุด ได้รับการจัดอันดับว่าน่ากลัวเป็นอันดับ 1 ในจำนวนเครื่องเล่นทั้งหมดใน Disneyland และ Disney Sea (และเป็นเครื่องเล่นที่ฮิตสุดๆ ด้วย)
 
เราเคยดูรายการทางโทรทัศน์ที่พาดาราไปเล่นเครื่องนี้ แต่ละคนกลับออกมาด้วยสภาพเหมือนจะมีวิญญาณหลุดออกจากปาก (ฮา)  คุณยักษ์มองด้วยแววตากุปริ๊งๆๆ มาก  แต่โดนยื่นคำขาดว่าถ้าจะเล่นให้เล่นคนเดียว ยายดาซาโยนาร๊าาา ขอยืนรออยู่ข้างล่างละกันจ้ะ =___="
 
(ใครไปปีนี้ เค้ามีบริการพิเศษฉลองครบ 30 ปี ด้วยการ "เปิดหน้าต่าง" ให้คุณชมทัศนียภาพยามร่วงหล่นลงจากยอดตึกได้อย่างสุนทรีย์อีกด้วยจ้ะ = w = )
 
 
ท่าเรือแมนฮัตตันจำลอง  ฟ้าใสกิ๊ง แดดจ้า ลมเย็น บรรยากาศดีจริงๆ
 
 
บรรดาห้างร้านต่างๆ จำลองมาจากสไตล์อเมริกันในยุคบุกเบิก ใครชอบแนววินเทจไม่ควรพลาด
 
 
มีบริการรถไฟฟ้าสำหรับนั่งชมรอบเกาะด้วย รถนี้มีหลายแบบค่ะ แบบที่เป็นรถคอกหมูสีเหลืองๆ ก็มีนะ
 
เดินถ่ายรูปเล่นไปได้สักพัก คุณยักษ์ก็โทรมา บอกว่าให้ไปเจอกันที่โซน Port Discovery  นั่งพักกันสักแป๊บ เช็คแผนที่ กินขนมปังที่พกมาเรียบร้อย เราก็พร้อมจะลุยกันต่อแล้ว Go!! GO!! >w<)/
 
 
ยังนึกไม่ออกว่าจะไปเริ่มตรงไหน งั้นขึ้นรถไฟชมวิวโดยรอบกันก่อน ที่ Disneysea electric railway ค่ะ
 
 
ขึ้นมาด้านบนสถานี เจอ Ms. Incredibles "อิลาสติกเกิล" กำลังออกมาทักทายพอดี เลยขอถ่ายรูปคู่ซะหน่อย
 
 
มุมมองจากด้านบนสถานี เห็นผู้คนมากมายกำลังต่อคิวเครื่องเล่นบริเวณ Port Discovery
 
 
รถไฟออกขบวนแล้ว นั่งชมวิวกันไปสบายๆ ไปสิ้นสุดตรงสถานีที่ Mediterranean Harbor ค่ะ
 
จากท่าเรือเมดิเตอเรเนียน เราสองคนก็เดินอ้อมมาด้านใน เข้าสู่เขต "Lost River Delta"  ซึ่งบรรยากาศบริเวณนี้จะออกแนวลึกลับ เหมือนเมืองลับแลหรือป่าดงดิบซึ่งเต็มไปด้วยการผจญภัยอันน่าระทึกใจต่างๆ
 
 
ท่าเรือกลไฟ "Disneysea Transit Steamer Line" ซึ่งจะให้บริการชมวิวทางน้ำทั่วทุกโซนเลยค่ะ
 
มาลองดูเครื่องเล่นกันบ้าง 
 
 
"Raging Spirits" รถไฟตะลุยเหมือง
 
เป็นโรลเลอร์โคสเตอร์แนวผจญภัย นั่งรถขุดแร่แล่นไปบนรางไม้ที่ดูจะพังมิพังแหล่ (แค่ดูเหมือนล่ะนะ ที่จริงแล้วปลอดภัยค่ะ) จุดเด่นอยู่ที่รางวงกลมหมุนกลับหัว 360 องศา อันนี้คุณยักษ์กด Fast pass ใบที่สอง ไปรอเล่นตอนบ่ายสามโมง
 
 
"Indiana Jones Adventure: Temple of the Crystal Skull" อินเดียน่าโจนส์ ตอน ฝ่ามฤตยูถ้ำหัวกะโหลก
 
อันนี้ก็เป็นแนวนั่งรถผจญภัยในถ้ำมืด คล้ายๆ Pirates of the Caribbean ผสมกับ Super Splash (เวอร์ชั่นไม่เปียก) ของดิสนีย์แลนด์  เน้นแสงสีอิเล็กทริกวี๊ดว๊าย ใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ดีนักแล แฟนอินเดียน่าโจนส์ไม่ควรพลาดค่ะ  (ถ้าเป็นไปได้ กด Fast pass รอไว้เลยก็ดีนะ เพราะคิวยาวม๊ากกกก)
 
 
เดินเล่นเลียบชายป่ากลับออกมาทางท่าเรือ ก็เจอเดลคุง ชิปมังค์จอมกวนกำลังพบปะประชาชนอยู่
 
 
โชว์แสดงดนตรีโดยหม้อชามรามไหของคณะสามพ่อครัว สนุกสนานคึกคักมากๆ ค่ะ
 
 
จากการศึกษาคร่าวๆ ในไกด์บุ๊ก เราพบว่ามีท่าเรือกอนโดลาอยู่ด้านหลังหมู่ตึกสไตล์อิตาลี จึงไม่รอช้ารีบพาคุณยักษ์ไปต่อแถวทันที แต่เจ้าหน้าที่ช่วยอธิบายอย่างใจดีว่า ถ้าจะรอลงเรือตอนนี้ต้องรอนานกว่าชั่วโมง เพราะตรงอ่าวใหญ่จะปิดชั่วคราว เนื่องจากอีกสักพักจะมีการแสดงขบวนพาเหรดทางน้ำ เราจึงกลับออกมาก่อน โดยไม่ลืมถามรายละเอียดการให้บริการในรอบต่อๆ ไปด้วย
 
(ใครไปเที่ยวแล้วอยากล่องเรือกอนโดลาหรือนั่งเรือกลไฟ ต้องเช็คเวลาให้ดีๆ นะคะ เพราะทั้งสองอย่างนี้จะแล่นผ่านอ่าวหลักซึ่งจะปิดเป็นพักๆ เพื่อเตรียมแสดงโชว์ค่ะ)
 
ไหนๆ ก็ไปไม่ได้แล้ว หันมารอดูขบวนพาเหรดแทนดีกว่า 
 
 
พอได้เวลา ดนตรีก็เริ่ม ขบวนเรือแห่งความสนุกสนานได้มาถึงแล้ว
 
"Happiness is here!" เป็นการแสดงพาเหรดทางน้ำโปรแกรมพิเศษสำหรับการฉลองครบรอบ 30 ปี Tokyo Disneyland ค่ะ โชว์น่ารักๆ ยาวประมาณ 15 นาที  มีให้ดูเฉพาะปีนี้เท่านั้น ^ o ^) 
 
หลังการแสดงจบ เราและคุณยักษ์ก็เดินเล่นสำรวจบริเวณด้านหลังของ Mediterranean Harbor กันต่อ บรรยากาศสวยและร่มรื่นดีจริงๆ  อย่างกับเดินอยู่แถวทัสคานีแน่ะค่ะ (หัวเราะ) ผ่านร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนเลยตัดสินใจหามื้อกลางวันทานกันซะเลย ถึงจะยังเร็วไปหน่อยเพราะเพิ่ง 11 โมง แต่ก็น่าจะดีกว่าไปเบียดเสียดกับคนมากๆ ตอนเที่ยงล่ะนะ
 
เติมพลังจากอาหารแสนอร่อยเรียบร้อยแล้ว (กินอะไรกันไปบ้างนั้น ขอยกไปรีวิวในเอนทรีหน้านะจุ๊ เดี๋ยวจะยาวเกิน) เราก็เดินข้ามสะพานหินเพื่อตรงเข้าสู่ใจกลาง Disney sea กันต่อ >w<)/
 
 
ฟ้าใสได้ใจมั่กม๊ากกก
 
 
หินบนซุ้มโค้ง  ลองมองดีๆ จะเห็นมิกกี้ซ่อนอยู่ด้วยนะฮือ ^.^)b
 
 
ด้านหลังของภูเขาไฟคืออาณาจักรแห่งนางเงือก "Mermaid Lagoon"
 
ปราสาทปะการังของจริงสีสันสวยงามมากค่ะ ภายนอกเป็นกระเบื้องสีเรียงต่อกันเป็นชิ้นๆ ดูแวววาวสดใส ใครพาเด็กๆ มาเที่ยว โซนนี้น่าจะถูกใจมากๆ เลย บริเวณด้านหน้าปราสาทก็มีรถไฟขบวนปลาให้เด็กๆ ได้เล่นกันด้วยค่ะ
 
 
เข้ามาด้านในจะเห็นรูปปั้นเจ้าสมุทรทรงราชรถเทียมปลาโลมาอยู่
 
 
ขอประกาศให้โลกรู้ว่าที่แห่งนี้คืออาณาจักรของเทพสมุทรไตรตัน
 
 
เดินผ่านคูหาหินเข้าไป จะได้พบกับอาณาจักรใต้บาดาลของเหล่านางเงือก
 
การจัดสถานที่ ประดับตกแต่งและจัดแสงไฟ ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ใต้น้ำจริงๆ สวยงามมากค่ะ
 
 
ภายในนั้นคือสวนสวรรค์ของครอบครัว มีทั้งลานกิจกรรมเด็กเล็ก ถ้วยหมุน เครื่องเล่นบอลลูนปลาปักเป้า ร้านอาหาร และสถานที่สำหรับนั่งพัก
 
 
"Mermaid Lagoon Theater"  โรงละครของเจ้าหญิงเอเรียล
 
จากไกด์บุ้คที่ซื้อมา รู้สึกว่านี่จะเป็นหนึ่งในการแสดงโชว์ย่อยที่อลังการที่สุดในดิสนีย์ซี แต่เสียดายที่เราไม่มีโอกาสได้ดู เพราะเวลาที่จะแสดงรอบถัดไป ดันไปตรงกับ Fast pass ที่กดจองเอาไว้ก่อนแล้ว จึงได้แต่มองตาละห้อยอย่างเสียดาย... T w T)
 
 
ยังเหลือเวลาอีกประมาณ 40 นาทีก่อนจะถึงคิว Fast pass ใบแรก เราและคุณยักษ์จึงเดินข้ามลำน้ำจากอาณาจักรนางเงือกมายังคาบสมุทรอาระเบีย "Arabian Coast" กันต่อ ^ o ^)
 
 
ภายในกว้างใหญ่มากๆ เหมือนเป็นเมืองเมืองหนึ่งเลยทีเดียว
 
ที่ Arabian Coast นี้ก็ยังคงเน้นกิจกรรมเอาใจครอบครัวเหมือนโซน Mermaid Lagoon ค่ะ โดยที่นี่จะไม่มีเครื่องเล่นผาดโผน แต่เน้นการแสดงโชว์